ไปโกรธเคืองอะไรเด็กผู้หญิง
“ไยถึงหยุดเดินทางเล่า ไม่ใช่ว่าคุณชายเชื่อคำพูดของแม่นางหรอกใช่ไหม” ฉินจื้อบ่น
เซี่ยเฉียวสีหน้าซีดเซียว “ดีแล้ว ข้าเดินต่อไม่ไหวแล้วล่ะ”
“เจ้าเดินมานานแค่ไหนกันเชียว แค่นี้ก็เดินต่อไม่ไหวแล้วหรือ เช่นนั้นก็ให้ข้าแบกเจ้าไปดีไหม” ฉินจื้อมองดูเซี่ยเฉียวอย่างเบื่อหน่าย เพราะเขาไม่อาจโกรธนางได้ลงคอ จึงต้องกลืนน้ำลายเพื่อสงบอารมณ์ตัวเอง
เขานึกอยากจะเดินไปพร้อมกับพวกพี่น้อง แต่ก็ต้องมาคอยคุมตัวนางไว้เช่นนี้
เด็กหญิงผู้นี้เดินต้วมเตี้ยม เหมือนเต่าที่กำลังว่ายน้ำขึ้นฝั่ง ช้าเกินไป
“ไม่จำเป็นต้องแบกข้าหรอก รถม้าของคุณชายอย่างไรล่ะ” เซี่ยเฉียวรู้สึกหายใจไม่ออก
ปกติแล้วนางมักจะทำอะไรช้าๆ
วันนี้กลับต้องเดินอย่างรีบเร่ง รู้สึกว่าพลังชีวิตหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว
“นี่ อีกเดี๋ยวก็เจอเจ้าหน้าที่ทางการแล้ว กล้าดีอย่างไรมา…”
ยังพูดไม่ทันจบ ทันทีที่เงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นกลุ่มควันลอยมาแต่ไกล
องครักษ์ด้านหน้าเห็นเช่นเดียวกัน จึงรายงานให้จ้าวเสวียนจิ่งทราบทันที จ้าวเสวียนจิ่งที่กำลังดื่มชาอยู่ภายในรถม้าตระหนกไม่น้อย ขณะนั้นก็มีคนรีบไปตรวจสอบสาเหตุที่ด้านหน้าทันที
แล้วกลับมาอย่างรวดเร็ว
“เรียนคุณชาย ข้างหน้านี้… เหมืองหยกพังถล่มลงมา เศษหินจำนวนมากร่วงลงมาด้วย ปิดขวางถนนทั้งสายเอาไว้ขอรับ”
“…” จ้าวเสวียนจิ่งตกตะลึง “หากเราเดินทางต่อ ตอนนี้คงจะถึงที่นั่นแล้วใช่หรือไม่”
เมื่อหัวหน้าองครั