้าบอกว่านางเคยได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เกิด” หลูซื่อพยักหน้า
“บ้านก็มีให้อยู่ดีๆ เหตุใดนางจึงมาอาศัยอยู่ในวัดเล่า ยิ่งไม่ค่อยแข็งแรงก็ควรจะอยู่บ้านไม่ใช่หรือเจ้าคะ” เผยหว่านเย่ว์พูดขึ้นอีก
หลูซื่อนิ่งไป คิดอยู่ครู่หนึ่ง “มีคนบอกว่านางต้องไม่พบกับครอบครัวก่อนจะถึงเวลาแต่งงาน มิฉะนั้นจะตายตั้งแต่เยาว์วัย”
เซี่ยหนิวซานเคยพูดถึงเรื่องนี้เพียงครั้งเดียว และไม่เคยพูดอะไรอีกเลยนับจากนั้น
“ไม่รู้ว่าลุงเซี่ยของเจ้าไม่สนใจลูกสาวผู้นี้จริงๆ หรือไม่ แต่เขาไม่เคยพูดถึงนางเลย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแม่ก็ไม่เคยส่งของอะไรไปให้นางเช่นกัน หากจะบอกว่าลืมนางไปแล้วก็ไม่ผิดนัก ทว่าคราวนี้แม่กลับถูกสั่งให้มารับตัวนางกลับ สั่งให้ดูแลนางให้ดี…” หลูซื่อมีท่าทางสับสนอยู่บ้าง
อย่างไรเสียสามีของนางก็เคยเป็นโจรมาก่อน นางจึงจำเป็นต้องเชื่อฟัง
ไม่กล้าคาดเดาอะไรมากมายอีก
“คุณหนูใหญ่ผู้นี้มีรูปโฉมงดงาม เมื่อไปถึงเมืองหลวงแล้ว ถึงแม้ว่าลุงเซี่ยจะเคยไม่ชอบนางอย่างไร ข้าคิดว่าพอได้พบหน้าเขาก็คงจะใส่ใจนางมากขึ้น” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยเบาๆ น้ำเสียงเจือความเศร้าเล็กน้อย
หลูซื่อรู้สึกตกใจ จากนั้นก็ส่ายหัว “ไม่ต้องกังวลหรอก ถึงนางจะงดงามเพียงใด แต่นอกจากความงามแล้วนางก็ไม่มีอะไรดีอีก ไม่ว่าจะดีดฉิน เล่นหมากรุก เขียนพู่กัน วาดภาพ นางเข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ เพียงแค่มารยาทพื้นฐานนางยังไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ จะมีใครไปสนใจนางเล่า อีกเดี๋ย