ียงบางอย่างดังขึ้นเบาๆ คล้ายกับเสียงหอบเหนื่อย
หลูซื่อตกใจ รีบหมุนตัวกลับไปทันที
หลังจากนั้นก็ชะงักไป
นางเห็นคนสวมชุดนักบวชสีเขียวอมน้ำเงิน ท่วงท่าสง่างามราวกับหยก ราวกับได้ยินเสียงกระแสน้ำไหลผ่านต้นไผ่ เรียบง่ายและสุขุมยิ่งนัก
แม้ดวงตาของนางจะดูเฉื่อยชา ทว่านัยน์ตากลับคล้ายท้องทะเลสดใส รูปร่างผอมบาง เอวคอดสมส่วน แต่ไร้ซึ่งเสน่ห์ของผู้หญิงโดยสิ้นเชิง มีเพียงกลิ่นธูปหอม ดูไม่ได้ใส่ใจจะแต่งตัวเท่าใดนัก
“เจ้า…เจ้าคือ…” หลูซื่อไม่อยากจะเชื่อ นี่คือลูกสาวของเผิงซื่อที่แสนอัปลักษณ์อย่างนั้นน่ะหรือ
“ทำความเคารพท่านแม่” เซี่ยเฉียวทำความเคารพเล็กน้อยตามมารยาท “ข้าเซี่ยเฉียวเจ้าค่ะ”
หลูซื่อกลืนน้ำลาย
เซี่ยเฉียวไม่ได้มองหลูซื่อ รวมถึงผู้ที่อยู่ข้างกายของนางด้วย
นางเพียงก้มหน้าลงเล็กน้อย สายตาคล้ายกับจะมองพัดขนนกที่อยู่ในมือเสียมากกว่า จึงดูไร้มารยาทอยู่บ้าง
แต่นักบวชเด็กที่อยู่ด้านข้างรู้ดีว่าที่นางไม่มองเป็นเพราะเกรงว่าจะมองเห็นอะไรๆ ที่ไม่ดีเข้า เพราะเมื่อมองไปยังใบหน้าของผู้ใด นางก็จะสามารถเห็นเรื่องราวต่างๆ ของคนผู้นั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
“หน้าตา…หน้าตาก็ไม่เลวนะ แต่ท่าทางไม่ใส่ใจของเจ้าช่างไร้มารยาทเสียจริง หากกลับไปถึงเมืองหลวง เจ้าจะไร้มารยาทใส่ผู้อื่นเช่นนี้ไม่ได้ จำไว้ว่าเจ้าต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่น้องสาวทั้งสองของเจ้าด้วย”
หลูซื่อมองลูกสาวของตัวเองและมองสลับไปที่เซี่ยเฉียว จากน