หวก็แค่ต้องไปหาเจ้า เลี้ยงดูเจ้ามาหลายปี ข้าไม่เชื่อว่าพ่อเจ้าจะไม่ให้อะไรกับข้าเลย”
นักบวชเฒ่ารู้สึกภูมิใจอยู่บ้างเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
ริมฝีปากอันซีดเซียวของเซี่ยเฉียวยิ้มออกมา
นางไม่มีข้าวของอะไรให้เก็บ เงินและข้าวของทั้งหมดล้วนเป็นของวัด ไม่ต้องนำไปด้วย แต่ถึงเป็นเช่นนั้นตระกูลเซี่ยก็ไม่มีทางทำอะไรนางได้
ในระหว่างที่กำลังพูดคุย นักบวชเด็กก็วิ่งเข้ามา “ท่านอาจารย์ ผู้หญิงคนนั้นถามว่าศิษย์พี่หญิงจะไปได้เมื่อไหร่”
“ไปได้เลย” เซี่ยเฉียวลุกขึ้นยืน ทำท่าคล้ายปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าที่ไร้ฝุ่น
“ท่านผู้เฒ่า ข้าจะไปแล้ว ท่านอยู่ที่นี่ระมัดระวังด้วย เลิกอวดดี เลิกใจร้อน เลิกดื่มเหล้า และระวังเรื่องกามตัณหาด้วย โปรดอย่าลืมที่ข้าบอก”
“ไปๆ ไปเถิด! นี่ข้าเป็นอาจารย์หรือเจ้าเป็นอาจารย์กันแน่! เหตุใดถึงต้องให้เจ้ามาสั่งสอน” ผู้เฒ่ากลอกตาไปมา
เซี่ยเฉียวก้าวออกไปอย่างช้าๆ
แสงแดดด้านนอกส่องกระทบต้องใบหน้าของนาง ทำให้ดูสดใสยิ่งขึ้น
วัดสุ่ยเย่ว์ไม่ได้ใหญ่โตอะไร มีผู้มาเยี่ยมเยียนไม่บ่อยนัก
ดังนั้นในเวลานี้หลูซื่อและคนที่ติดตามมาด้วยย่อมทำได้แค่รออยู่ในโถงวัดเท่านั้น
เมื่อรอนานมากๆ เข้าก็เริ่มทนไม่ไหว
“ผ่านมาก็หลายปีแล้วที่ไม่ได้เจอนาง อีกทั้งยังไม่เคยเห็นนางกลับบ้านตอนปีใหม่เลยสักครั้ง ท่านพี่คงรักนางมากทีเดียว สั่งให้ข้าข้ามแม่น้ำข้ามหุบเขามารับนางเช่นนี้ นางก็ช่างดีเหลือเกิน ผ่านไปเกือบจะหนึ่งก้านธูปแล้ว