ดินได้ก็มีถึงสี่สิบกว่าคนแต่โม่จิ่วเยี่ยยังคงรักษาสัญญา เขาไม่อยากให้ภรรยาต้องทนทุกข์ทรมานอีก แม้เฮ่อจือหร่านอยากจะมีลูกเพิ่มอีกสักกี่คน ชายหนุ่มก็ไม่ยอมกระทั่งตอนนี้ทั้งสองอายุสามสิบกว่าปีแล้ว ก็ยังมีแค่ลูกชายหญิงคู่นี้เท่านั้นโชคดีที่พี่ชายและพี่สะใภ้ไม่ได้คิดเหมือนเขา ในเมื่อสามารถมีลูกได้แล้ว ยิ่งมีมากก็ยิ่งดีด้วยเหตุนี้ คนในสกุลโม่จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วพวกเด็ก ๆ กตัญญูรู้ความมาตั้งแต่เล็ก หลังจากการแข่งขันสิ้นสุดลง พวกเขาต่างพากันวิ่งไปหาโม่ฉิงและฮูหยินผู้เฒ่าพร้อมกับของรางวัลที่ตนได้รับมาทุกคนแย่งชิงกันเพื่อจะมอบของขวัญที่ตนพยายามได้มาให้ท่านปู่ท่านย่าด้วยความเคารพ
ภาพเช่นนี้มักจะปรากฏให้เห็นในบ้านบ่อยครั้ง แม้จะเป็นเช่นนี้ ผู้อาวุโสทั้งสองก็ยังไม่เบื่อหน่ายที่จะชื่นชมความกตัญญูของพวกหลาน ๆ …โม่จิ่วเยี่ยที่ยืนอยู่ปลายระเบียงทางเดิน จับมือของเฮ่อจือหร่านไว้มองภาพแสนอบอุ่นตรงหน้านี้ด้วยกัน“หร่านหร่าน ขอบคุณนะ”“ขอบคุณข้าเรื่องอะไรหรือ?”“ขอบคุณที่เจ้ามา มอบสิ่งดีงามทั้งหมดนี้ให้กับข้า”“ข้าบอกไปแล้วว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ท่านอย่าเกรงใจข้าเลย”“ต้องขอบคุณสิ เจ้าคือผู้มีพระคุณของสกุลโม่ และเป็นรักแท้ในชีวิตนี้ของข้าโม่จิ่วเยี่ย”ใช่แล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความรู้สึกของโม่จิ่วเยี่ยที่มีต่อเฮ่อจือหร่านไม่เคยเปลี่ยนแปลงพวกเขายังคงรักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนสามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงา