จู้เอ๋อร์สะพายดาบยาวไว้ด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็กระโดดลงจากเวทีแล้วเดินไปทางอวี่เอ๋อร์เขามองซ้ายแลขวาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตะโกนขึ้นไปด้านบน “ข้าวปั้นน้อย เสี่ยวไป๋ มากินแอปเปิลกันเถอะ”เสี่ยวไป๋พุ่งมาด้วยความเร็วดุจลูกธนู แล้วมายืนบนไหล่ของจู้เอ๋อร์ทันที่ข้าวปั้นน้อยตอนนี้โตเป็นเจ้าตัวอ้วนที่หนักกว่าสองร้อยชั่งแล้วเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเจ้าของตัวน้อย มันก็รีบปีนลงมาจากยอดไม้ก้าวเท้าสั้นป้อมส่ายก้นวิ่งอย่างรวดเร็วไปทางจู้เอ๋อร์จู้เอ๋อร์ลูบเสี่ยวไป๋บนไหล่ ก่อนจะโยนแอปเปิลให้ข้าวปั้นน้อย“พวกเจ้าสองตัวว่านอนสอนง่ายจริง ๆ”ข้าวปั้นน้อยใช้หัวใหญ่ที่มีขนฟู ๆ ของมันถูไถจู้เอ๋อร์ แล้วถือแอปเปิลวิ่งไปกินทางด้านข้างตอนนี้เหล่าเด็กน้อยพากันห้อมล้อมรอบกายจู้เอ๋อร์ราวกับฝูงผึ้งพวกเขาล้วนเป็นลูกหลานของสกุลโม่ ตลอดหกปีที่ผ่านมา ยกเว้นเฮ่อจือหร่าน บรรดาพี่สะใภ้ต่างตั้งครรภ์หลายครั้ง เพิ่มทายาทให้กับสกุลโม่ถึงสามสิบกว่าคน
เด็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้านี้ล้วนเป็นเด็กที่โตกว่าหน่อย พวกเขามีจู้เอ๋อร์เป็นพี่ชายคนโต ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงต่างก็ติดตามเขาไปเรียนหนังสือและฝึกวิชายุทธ์ทุกวันจู้เอ๋อร์ก็มีท่าทางของการเป็นพี่ชายคนโต แม้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ค่อยยิ้มหรือหัวเราะตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังเอาใจใส่น้องชายน้องสาวทั้งหลายเป็นอย่างดีตัวอย่างเช่นตอนนี้ จู้เอ๋อร์เป็นคนแรกที่เข้ามาหาอวี่เอ๋อร์ เขาหยิบแอปเปิลลูกที่ใหญ่