หรอก”เฮ่อจือหร่านตบเบา ๆ ที่อกของเขา“ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ต้องไม่ประมาทเด็ดขาด”นางชี้ถุงสีด ายาวที่ห้อยอยู่บนม้าศึกของโม่จิ่วเยี่ย“กระสุนปืนซุ่มยิงมีเพียงพอ หากสามารถใช้ประโยชน์มันได้ก็อย่าเสี่ยงอันตราย”“เข้าใจแล้ว จับโจรต้องจับหัวหน้าก่อน ข้าจะใช้มันให้เป็นประโยชน์”ถึงอย่างไรในใจของเฮ่อจือหร่านเมื่อเทียบกับชีวิตของสามีแล้วการที่ปืนซุ่มยิงจะถูกเปิดเผยไม่ส าคัญอะไรเลย…พี่น้องสกุลโม่ออกศึก จากไปเป็นเวลาสองเดือนเมิ่งไห่หนิงพาโม่หานเยี่ยเข้าเมืองหลวงเพื่อรับต าแหน่งก็ใช้เวลานานเท่ากัน
หมู่บ้านซีหลิ่งเข้าสู่เดือนสิบสองแล้ว มีหิมะตกครั้งแรกของปีเฮ่อจือหร่านได้รับข่าวจากเสี่ยวไป๋หลายครั้งในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาโม่จิ่วเยี่ยโจมตีชนเผ่าหมานอี๋ที่ชายแดนตะวันตก กล่าวได้ว่าประสบความส าเร็จอย่างรวดเร็ว ทุกการรบจบลงด้วยชัยชนะ ไม่เพียงเท่านั้น ทหารของราชวงศ์ต้าซุ่นแทบไม่มีการสูญเสียใด ๆบัดนี้กองทัพของชนเผ่าหมานอี๋ถอยร่นไปตั้งค่ายห่างจากชายแดนตะวันตกร้อยลี้ ขณะเดียวกัน จักรพรรดิของเผ่าหมานอี๋ก็ได้ให้คนน าจดหมายขอสงบศึกส่งถึงมือโม่จิ่วเยี่ยแล้วโม่จิ่วเยี่ยเกลียดชังผู้คนของเผ่าหมานอี๋น้อยกว่าชาวหนานเจียงอยู่บ้างชนเผ่าหมานอี๋ไม่ได้เป็นนักรบแต่ก าเนิด การส่งกองทัพมายังต้าซุ่นก็เพียงเพื่อหาเสบียงอาหารเท่านั้นแต่ครั้งนี้ต่างออกไป โม่จิ่วเยี่ยได้รู้จากการสอบสวนเชลยศึกว่าพวกเขาส่งกองทัพมาต้าซุ่นครั้งนี้เป็น