เพราะถูกยุยงจากจักรพรรดิหนานเจียงคนปัจจุบัน คือคู่อภิเษกสมรสขององค์หญิงสี่และเป็น รัชทายาทแห่งหนานเจียงในตอนนั้นคนผู้นี้แต่เดิมดูเป็นคนไร้ความสามารถ ใครจะรู้ว่าหลังจากที่เขาขึ้นครองราชย์ กลับปลุกความทะเยอทะยานที่จะยึดครองต้าซุ่น
โดยเฉพาะเมื่อนึกว่าต้าซุ่นไม่มีคนจากสกุลโม่คอยประจ าการอยู่ที่ชายแดนแล้ว เขายิ่งรู้สึกว่าตอนนี้เป็นโอกาสดีที่สุดในการยึดครองเมื่อเทียบกับประเทศเล็ก ๆ รอบข้างแล้ว ต้าซุ่นมีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลและอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีจ านวนประชากรมากกว่าพวกเขาด้วยดังนั้นจักรพรรดิหนานเจียงจึงคิดว่าหากต้องการยึดครองต้าซุ่นให้ส าเร็จในคราวเดียว จ าเป็นต้องร่วมมือกับชนเผ่าหมานอี๋ เช่นนี้จึงจะมีโอกาสท าส าเร็จมากขึ้นการร่วมมือกับชนเผ่าหมานอี๋ของเขา ผลประโยชน์ที่สัญญากับอีกฝ่ายคือหากสามารถแบ่งดินแดนของต้าซุ่นได้ ฝ่ายไหนยึดครองเมืองใดได้ก็จะเป็นเจ้าของเมืองนั้นสงครามที่โจมตีจากสองด้านนี้ ชนเผ่าหมานอี๋ก็สามารถคิดได้เพียงแต่พวกเขามีความกล้าน้อยกว่าหนานเจียง ด้วยเหตุนี้จึงยังไม่ได้ส่งกองทัพมาโจมตีต้าซุ่นเมื่อมีความคิดนี้แล้วจักรพรรดิหนานเจียงก็ฉวยโอกาสเติมเชื้อไฟเพิ่มอีกหน่อย ทั้งสองฝ่ายจึงบรรลุข้อตกลงในการโจมตีต้าซุ่นอย่างรวดเร็วหนานเจียงอยู่ห่างจากเมืองหลวงมากกว่าและไม่มีสัตว์วิเศษอย่างเสี่ยวไป๋ที่เข้าใจภาษามนุษย์คอยส่งข่าว ดังนั้นข่าวที่เมืองหลวงได้รับจึงช้ากว่าเล็กน้อย
โชคดีที่ห