วยวาจาไปยังที่ว่าการต่าง ๆ ในซีเป่ยอีกครั้งด้วยเหตุนี้ ข่าวที่โม่จิ่วเยี่ยได้รับต าแหน่งเป็นอ๋องตะวันตกและราชส านักได้มอบซีเป่ยให้เป็นเขตปกครองของเขาจึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเมิ่งไห่หนิงเป็นคนของสกุลโม่ครึ่งหนึ่ง เขาจึงไม่เข้าร่วมกับกลุ่มขุนนางที่มาส่งของขวัญเหล่านี้ท่านเจ้าเมืองไม่รู้ว่าได้รับข่าวมาจากที่ไหน แต่รู้ว่าเมิ่งไห่หนิงเป็นลูกเขยของสกุลโม่เรื่องเช่นนี้เขาจัดการพานายอ าเภอคนอื่น ๆ ไปด้วยกัน แต่ไม่กล้าไปเรียกเมิ่งไห่หนิง นึกถึงครั้งก่อนที่เมิ่งไห่หนิงขอความช่วยเหลือจากเขาในการซื้อเมล็ดพันธุ์ให้ผลผลิตสูง เขาก็ปฏิเสธไปตามตรง บอกว่าเมืองไม่มีเงินทอง
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยได้เป็นอ๋องตะวันตกแล้ว เมิ่งไห่หนิงจะต้องหยิบยกขึ้นมาพูดแน่ เมื่อถึงเวลานั้นหากอ๋องตะวันตกโกรธขึ้นมา เขาคงจะต้องรับกรรมอย่างหนักคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ท่านเจ้าเมืองก็เหงื่อเย็นผุดซึมไปทั้งตัวด้วยความจนใจ เขาจึงได้แต่เรียกนายอ าเภอในละแวกใกล้เคียงมาด้วยหลายคน พร้อมกับเตรียมของขวัญแล้วมาที่หมู่บ้านซีหลิ่งเพื่อสร้างความประทับใจที่ดีให้กับท่านอ๋องเสียก่อน ด้วยวิธีนี้เมื่อเมิ่งไห่หนิงกล่าวโทษเขา ท่านอ๋องก็อาจจะผ่อนปรนให้เขาบ้างน่าเสียดายที่ด้วยนิสัยของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว แผนการอันแยบยลของท่านเจ้าเมืองคงจะต้องล้มเหลวอย่างไม่ต้องสงสัยท่านเจ้าเมืองผู้นี้ โม่จิ่วเยี่ยคุ้นเคย ตอนที่ชายหนุ่มจัดการกับพวกตระกูลเซวียที่โรงเตี๊ยมจ