เดิมทีคิดว่าหลังจากพูดเรื่องเหล่านี้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยจะใช้เวลาครุ่นคิดสักหน่อย เพราะเรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแต่โม่จิ่วเยี่ยกลับไม่ได้ท าเช่นนั้น เขากุมมือของเฮ่อจือหร่านแน่น“หร่านหร่าน ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าคือเทพที่สวรรค์ส่งมาช่วยสกุลโม่และช่วยข้าใช่หรือไม่?”เฮ่อจือหร่านไม่กล้ารับค าว่าเทพ แต่การมาของนางก็ช่วยชีวิตคนทั้งสกุลโม่จริง ๆ“ท่านพี่อย่าลืมสิ ข้าก็เป็นคนของสกุลโม่เช่นกัน หากคนในครอบครัวมีปัญหาจะนิ่งดูดายได้อย่างไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเป็นเทพหรือไม่เป็นเทพเลยสักนิด”เฮ่อจือหร่านแต่เดิมยังกังวลว่าหากบอกความจริงออกไปแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจะคิดว่านางเป็นผีสาง แต่ผลลัพธ์คือเขากลับบอกนางว่าเป็นเทพเสียอย่างนั้นไม่ว่าอย่างไร เฮ่อจือหร่านก็เปิดเผยความจริงทั้งหมดต่อโม่จิ่วเยี่ยได้ส าเร็จ พอต้องเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง นางก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งคู่สนทนากับนักพรตหยวนชิงต่ออีกสักพัก พวกเขาถึงได้รู้ว่านักพรตหยวนชิงตั้งใจจะมาเมืองหลวงโดยเฉพาะจุดประสงค์ที่มายังเมืองหลวงคือต้องการชี้แนะจักรพรรดิซุ่นอู่สักหน่อย หวังว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะสามารถท าตามความประสงค์ของสวรรค์ได้โม่จิ่วเยี่ยค่อนข้างรู้จักจักรพรรดิซุ่นอู่ดี การที่เขานับถือลัทธิเต๋าไม่ใช่ความลับอะไร นักพรตหยวนชิงย่อมจะได้เข้าพบเขาแน่นอนนอกจากนี้ หลังจากได้ติดต่อกับนักพรตหยวนชิงเขาก็เข้าใจแล้วว่า อีกฝ่ายไม่ใช่พวกต้มตุ๋นที่หลอ