อย่างไร?”จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างหนานอวี่กับโม่จิ่วเยี่ยเขาพิจารณาปัญหาจากมุมมองของคนเป็นจักรพรรดิเท่านั้นในสายตาเขาไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ล้วนเป็นราษฎรของต้าซุ่นทั้งสิ้นราษฎรของต้าซุ่นทุกคน หากผู้ใดกล้าไม่เชื่อฟังค าสั่งของเขาก็เท่ากับเป็นกบฏหนานอวี่ก็หวังว่าคนสกุลโม่จะน าทัพออกไปปราบปรามชนเผ่าหมานอี๋เหมือนกัน แต่ในฐานะสหายสนิทกระทั่งในฐานะพี่น้องของโม่จิ่วเยี่ย เรื่องนี้เขาย่อมไม่อาจบังคับใจอีกฝ่ายได้เด็ดขาด“ทูลเสด็จพ่อ กระหม่อมไม่ขอปิดบังพระองค์ ระหว่างการเนรเทศของคนสกุลโม่ กระหม่อมบังเอิญได้พบกับพวกเขา ตอนนั้นกระหม่อมได้เห็นกับตาตนเอง ว่าสตรีสกุลโม่แต่ละคนล้วนสวมใส่
เสื้อผ้าขาดวิ่นราวกับขอทานกลุ่มหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปยังซีเป่ย”“ตลอดเส้นทางนั้นพวกเขาไม่เพียงต้องกินนอนกลางแจ้ง แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าของมือสังหารที่ถูกส่งมาจากคนของจักรพรรดินีเป็นระยะอีก ไม่ว่าจะเป็นใคร หากเจอกับเรื่องที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้ คงจะรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง”“ยิ่งไปกว่านั้น ตามที่กระหม่อมรู้มา สกุลโม่ใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเองเหมือนคนทั่วไป จากสิ่งนี้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคงจะหมดหวังกับราชส านักอย่างสิ้นเชิงแล้ว”ค าพูดเหล่านี้ของหนานอวี่ไม่ได้เป็นความจริงทั้งหมด ตอนที่เขาพบโม่จิ่วเยี่ยนั้น สภาพของอีกฝ่ายไม่ได้ยากจนข้นแค้นจนน่าเวทนาอย่างที่เขาพูดเลย แต่เมื่อต้องเผชิญกับจักรพรรดิซุ่นอู่ เ