้น แต่ยังจะให้โม่จิ่วเยี่ยกลับคืนสู่ต าแหน่งเดิมด้วย ไม่สิ การคืนต าแหน่งเดิมอย่างเดียวยังไม่พอ เราจะเลื่อนยศและต าแหน่งให้เขาด้วย ไม่ได้… โม่จิ่วเยี่ยเคยเป็นถึงขุนนางขั้นหนึ่งมาก่อน หากเลื่อนยศอีกก็ต้องเป็นถึงเชื้อพระวงศ์แล้ว…”ค าพูดที่ตามหลังมาล้วนเป็นเสียงพึมพ าของจักรพรรดิซุ่นอู่แน่นอนว่านี่ก็เผยให้เห็นถึงความคิดในใจของเขาหนานอวี่ฉวยโอกาสนั้นเอ่ยแทรกขึ้นว่า “เสด็จพ่อทรงหมายความว่า หากโม่จิ่วเยี่ยยินดีน าทัพไปปราบปรามชนเผ่าหมานอี๋นอกจากพระองค์จะพระราชทานรางวัลให้แล้ว ยังจะแต่งตั้งเขาเป็นอ๋องต่างสกุลด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”ราชวงศ์ต้าซุ่นนับตั้งแต่สถาปนาราชวงศ์มา มีอ๋องต่างสกุลเพียงคนเดียวเท่านั้นอ๋องต่างสกุลเป็นต าแหน่งที่สามารถสืบทอดได้ บัดนี้โม่จิ่วเยี่ยมีบุตรชายแล้ว แม้เขาจะไม่คิดท าเพื่อตัวเอง ก็ต้องคิดถึงอนาคตของบุตรชายบ้างตอนนี้ไม่เพียงเขาจะได้รับต าแหน่งอ๋อง ในอนาคตบุตรชายของเขาก็จะได้เป็นอ๋องด้วย เรื่องเช่นนี้คงจะท าให้เขารู้สึกสนใจอยู่บ้างนี่คือความหวังเพียงน้อยนิดที่หนานอวี่ยังเก็บไว้ในใจ เขาหวังว่าโม่จิ่วเยี่ยจะนึกถึงทายาทของตนเองและตอบตกลง
ที่จริงแล้วจักรพรรดิซุ่นอู่เพิ่งจะพูดไปแค่ประโยคเดียวเท่านั้น เขาเป็นจักรพรรดิที่มีความระแวงสงสัยอยู่เสมอ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะแต่งตั้งต าแหน่งอ๋องให้กับคนที่ไม่ใช่พระญาติอีกทั้งยังเป็นต าแหน่งที่สืบทอดกันได้ด้วย…แต่เมื่อมองสถานการณ์ตอน