โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้มองเซวียป๋ออีกต่อไป แต่เดินเข้าไปใกล้จักรพรรดินีเมื่อจักรพรรดินีเห็นสถานการณ์เช่นนั้น ร่างกายของนางก็อยากจะถอยหลังหนีโดยสัญชาตญาณน่าเสียดายที่ด้านหลังของนางคือศพของอัครเสนาบดีเซวีย ท าให้นางขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย“โม่จิ่วเยี่ย…หากเจ้าเป็นบุรุษ ก็จงสังหารข้าให้ตายอย่างสงบเถิด…”ตายอย่างสงบ?เจ้าไม่คู่ควร!ในชั่วพริบตา โม่จิ่วเยี่ยหยิบผงยาออกมาโรยลงบนบาดแผลของนาง“เจ้าจะท าอะไร?” จักรพรรดินีเมื่อเห็นเขาหยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ออกมา ดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวแล้ว“ท าอะไรน่ะหรือ? แน่นอนว่าข้าต้องการให้เจ้าได้ลิ้มรสชาติของความทรมานที่ยิ่งกว่าความตายเสียก่อน”ส าหรับหญิงชั่วช้าเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่มีความคิดที่จะปรานีแม้แต่น้อย
เมื่อเทียบกับผู้ที่ต้องตายเพราะพ่อลูกคู่นี้ สิ่งนี้ยังไม่เพียงพอเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงเรื่องที่โจวเหล่าปาเล่าถึงการตายของเผิงวั่งและเหล่าเจ้าหน้าที่ โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าไปใกล้เซวียป๋ออีกครั้งหนานอวี่เคยให้เขาดูส านวนคดีนี้ เขารู้ว่าคนที่น าก าลังไปประหารเผิงวั่งและคนอื่น ๆ ในตอนนั้นก็คือเซวียป๋อตอนนี้ตัวการส าคัญอยู่ตรงหน้า แม้จะใช้วิธีทรมานที่โหดร้ายที่สุดในใต้หล้ากับเขาก็ไม่เกินไปโม่จิ่วเยี่ยยกเซวียป๋อขึ้นมา ให้เขาอยู่ในท่านั่งพิงเซวียป๋อหวาดกลัวมากจนเกินไปเมื่อรวมกับความเจ็บปวดจากบาดแผล ก็มีทีท่าว่าจะหมดสติอีกครั้งเมื่อถูกโม่จิ่วเยี่