งจื่ออวี้เอ่ยว่า “ทุกท่านจงควบคุมดูแลแต่ละกรมให้ดี ดูแลความสงบของแต่ละรัฐ ศึกเป็นตายกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ต้าจิ่งจะไม่มีวันล่มสลาย มีแต่จะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น!
เลิกประชุม!”
เหล่าขุนนางคุกเข่าลง ส่งเจียงจื่ออวี้ออกจากท้องพระโรง
เวลาหนึ่งก้านธูปหลังจากนั้น
ณ ห้องทรงพระอักษร
เจียงฉางเซิงกับเจียงจื่ออวี้จิบชาหันหน้าเข้าหากัน เจียงซิ่วยืนอยู่คอยรินน้ำชาให้พวกเขา สายตาที่เขามองไปยังเจียงฉางเซิงเปี่ยมล้นไปด้วยความเลื่อมใส
ในท้องพระโรงวันนี้ เขานึกว่าการประชุมขุนนางจะพังยับเยินเสียแล้ว นึกไม่ถึงว่าพอเจียงฉางเซิงออกโรงก็ทำให้เหล่าขุนนางตกใจกลัว และไม่มีใครกล้าแสดงท่าทีเสียขวัญอีกเลย ตัวเขาก็เพิ่งได้พบเจอสภาพการณ์เช่นนี้เป็นครั้งแรก
เจียงฉางเซิงถามว่า “ผู้ใดอยู่ใกล้กับแนวรบตรงหน้ามากที่สุด”
เจียงจื่ออวี้เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งใด เขากำลังถามถึงศิษย์ของอารามมังกรผงาดจึงตอบไปว่า “ผิงอันและสวีเทียนจีเร่งเดินทางออกไปแล้ว เดิมทีคิดว่าจะปล่อยให้กองทัพของศัตรูเข้ามา แต่จนใจที่ประชาชนหวาดกลัว เราจึงจำเป็นต้องส่งคนไปคอยเฝ้าที่สนามรบกับโจวเหนือ”
เจียงฉางเซิงพยักหน้า บนตัวของผิงอันและสวีเทียนจีมีรอยประทับสังสารวัฏของเขาอยู่จึงทำใ