แม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะได้ตกลงเงื่อนไขกันไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เฟ่ยมามาก็ยังคงลังเลอยู่บ้างเฟ่ยหนานอวี่มองออกถึงความหมายของนาง จึงเตือนว่า “จริง ๆแล้วการพิสูจน์ความเป็นญาติไม่จ าเป็นต้องมีพยานเสมอไป ตั้งแต่โบราณกาลก็มีวิธีพิสูจน์ความเป็นญาติด้วยการหยดเลือดอยู่แล้ว”นี่เป็นการเตือนเฟ่ยมามาว่า แม้นางจะไม่พูด วันนี้เขาก็สามารถกู้คืนสถานะองค์ชายของเขาได้เฟ่ยมามาได้ยินค าพูดของเขาแล้ว ความลังเลในใจก็หายไปในพริบตา ตราบใดที่ยังมีโอกาสแม้เพียงน้อยนิดที่จะช่วยชีวิตหลานชายแท้ ๆ ของนาง นางก็ไม่อยากปล่อยให้หลุดลอยไปเฟ่ยมามาค านับจักรพรรดิซุ่นอู่และหยวนกุ้ยเฟยอีกครั้ง“หม่อมฉันมีความผิด ในปีนั้นทั้งหมดเป็นความผิดของหม่อมฉันที่ถูกปีศาจหลอกจนเสียสติ จึงได้อุ้มองค์ชายน้อยที่เพิ่งคลอดกลับบ้าน แล้วสลับตัวกับหลานชายแท้ ๆ ของหม่อมฉันที่เพิ่งคลอด องค์ชายหนานฉีในปัจจุบันคือหลานชายที่ไร้ค่าของหม่อมฉัน”ขณะที่พูด นางมองไปทางเฟ่ยหนานอวี่ด้วยความรู้สึกผิด
“ส่วนท่านผู้นี้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานในตระกูลเฟ่ยมาหลายปีที่อยู่ตรงหน้านี้ คือเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ ขององค์จักรพรรดิและกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง…”อาจกล่าวได้ว่า เฟ่ยมามาได้เล่าถึงกระบวนการทั้งหมดว่านางสลับตัวเด็กทั้งสองอย่างไรในปีนั้น ด้วยน ้าตานองหน้าในระหว่างนั้น จักรพรรดิซุ่นอู่ได้ตั้งข้อสงสัยขึ้นมาอีกหลายประการ เฟ่ยมามาก็ตอบค าถามทั้งหมดอย่างชัดเจนโดยไม่มีการปิดบังแม้