่อด้วยตัวเอง”เฟ่ยหนานอวี่ไปส่งโม่จิ่วเยี่ยและภรรยาที่จวนของเสนาบดีเฮ่อแล้วจึงจากไป อีกทั้งยังก าชับข้ารับใช้ให้ส่งอาหารไปที่นั่นเพิ่มเติมเพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างดีเสนาบดีเฮ่อก็ไม่ได้นอนทั้งคืนเช่นกัน แม้ว่าลูกเขยจะให้นกพิราบขาวตัวนั้นส่งจดหมายกลับมา แต่พวกเขาทั้งสองคนจากไปนานเช่นนี้ ถึงแม้ในจดหมายจะบอกว่าปลอดภัยดี แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นคนกลับมา หัวใจของเขาก็ยังคงกังวลอยู่เมื่อเห็นเฟ่ยหนานอวี่จากไป เสนาบดีเฮ่อก็รีบรั้งตัวทั้งสองคนเอาไว้เพื่อสอบถามสถานการณ์อย่างใจร้อนสิ่งแรกที่เขาเป็นห่วงที่สุดคือความปลอดภัยของทั้งสองคนรองลงมาจึงเป็นสถานการณ์ในวังโม่จิ่วเยี่ยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากเข้าวังให้ฟังอีกครั้ง
แม้ว่าในใจของเสนาบดีเฮ่อจะสิ้นศรัทธาต่อราชส านักไปแล้ว แต่ในฐานะผู้จงรักภักดีต่อจักรพรรดิ เขาก็ยังแสดงท่าทีโกรธแค้นอยู่บ้าง“จักรพรรดินีและตระกูลเซวียช่างบังอาจยิ่งนัก ถึงกับสังหารพระพันปีและกักขังองค์จักรพรรดิโดยพลการ…”หลังจากฟังเสนาบดีเฮ่อบ่นไปสักพัก เฮ่อจือหร่านจึงเริ่มเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง“ท่านพ่อ จักรพรรดิซุ่นอู่โง่เขลาเบาปัญญาเช่นนี้ ข้าเห็นว่าท่านไม่ต้องปกป้องจักรพรรดิเช่นนี้ก็ได้!”เสนาบดีเฮ่อถอนหายใจอย่างจนปัญญา“พ่อผิดหวังต่อราชส านักมากจริง ๆ แต่พ่อก็เป็นคนที่รับเงินเดือนมาหลายสิบปี อย่างที่เขาว่า เมื่อประเทศมีภัย ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ตอนนี้ราชวงศ