ตอนที่พานางมาขนของออกจากท้องพระคลัง คงเป็ นเพราะเขา โมโหจนถึงขีดสุดแล้ว ถูกการกระท าของจักรพรรดิซุ่นอู่ท าลาย ขีดจ ากัดในใจลงอย่างราบคาบ
ขณะที่เล่าเรื่องเหล่านี้ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้อยู่เฉย
เพราะทั้งเขาและเฮ่อจือหร่านต่างไม่เชื่อว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะกล้า ทาลายเส้นทางลับสาหรับหลบหนีของราชวงศ์ อย่างมากก็แค่เปลี่ยน ทางเข้าออกเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยรู ้โครงสร ้างของอุโมงค์ลับเป็ นอย่างดี โดยเฉพาะ ตาแหน่งทางเข้าภายในวังหลวง ซึ่งจะไม่พ้นไปจากขอบเขตของ ท้องพระคลัง
ทั้งสองค่อย ๆ เดินอยู่ภายในท้องพระคลัง พร ้อมกับสัมผัส ความรู ้สึกผิดปกติใต้เท้าอย่างระมัดระวัง
เดินไปได้สักพัก เฮ่อจือหร่านก็ดึงโม่จิ่วเยี่ยไว้
“ท่านพี่ ข้ารู ้สึกว่าแผ่นหินใต้เท้าข้าดูหลวมตัวอยู่บ้าง”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นจึงย่อตัวลงเพื่อตรวจสอบ
แผ่นหินที่เฮ่อจือหร่านเหยียบอยู่นั้นมีรอยแยกที่ไม่ค่อยชัดเจน นักอยู่รอบ ๆ
เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยนี้ นางจึงจงใจเหยียบลงไปแรง ๆ
และแล้วแผ่นหินใต้เท้าของนางก็สั่นไหวเล็กน้อย
เฮ่อจือหร่านรีบถอยออกมา โม่จิ่วเยี่ยหยิบมีดสั้นอันคมกริบ ใช ้ ปลายมีดแทงลงไปที่รอยแยกแห่งหนึ่ง เขาออกแรงเล็กน้อย แผ่นหินก็ ถูกงัดขึ้นมาได้
ทันใดนั้น รูสีดาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะในใจ จักรพรรดิซุ่นอู่ช่างคิดว่าตนเองฉลาด นัก คิดว่าแค่เปลี่ยนทางเข้าอุโมงค์ลับแล้วมันจะหายไปเลยหรือ?