เล่าสถานการณ์ของเฟยหนานอวี่คร่าว ๆ เท่านั้นหากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม นางคิดว่าควรให้หยวนกุ้ยเฟยมาเล่าด้วยตนเองจะเหมาะสมที่สุดจักรพรรดิซุ่นอู่ฟังคร่าว ๆ แล้วก็โกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง“โง่เขลา!” เขาอยากจะกวาดข้าวของบนโต๊ะลงพื้นอย่างบ้าคลั่งเหมือนเช่นที่เคยท าในยามโกรธเกรี้ยวผลก็คือเขาท าท่าทางนั้นออกมาแล้ว แต่ตรงหน้ากลับมีเพียงอากาศว่างเปล่า…จักรพรรดิซุ่นอู่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความโกรธ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุดเฮ่อจือหร่านอดไม่ได้ที่จะเตือนว่า “หากท่านต้องการให้คนของจักรพรรดินีมาที่นี่ ก็จงระบายความโกรธออกมาดัง ๆ เถิด”จักรพรรดิซุ่นอู่ถึงอย่างไรก็เคยเป็นจักรพรรดิมาหลายสิบปี นิสัยเดิมคือไม่เคยเห็นผู้คนและสิ่งต่าง ๆ อยู่ในสายตาแม้ตอนนี้เขาจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่นิสัยที่สั่งสมมาหลายปีก็ยังคงเปลี่ยนแปลงไม่ได้“เรายังไม่จ าเป็นต้องให้ข้ารับใช้อย่างเจ้ามาสั่งสอน”
เฮ่อจือหร่านกอดอกพลางเอ่ยเยาะเย้ยอย่างเย็นชา “อย่าลืมสิว่าชีวิตของท่าน พวกข้าเป็นผู้ช่วยไว้ ท่านเป็นถึงจักรพรรดิแห่งต้าซุ่นนี่หรือคือท่าทีที่ท่านใช้ปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตท่าน?”จักรพรรดิซุ่นอู่ก็ไม่ใช่ว่าไร้สมองเสียทีเดียว ไม่ว่าสิ่งที่ผู้คนตรงหน้าพูดนั้นจะเป็นความจริงหรือเท็จ เขาก็ตระหนักได้ว่าชีวิตของตนนั้นอยู่ในก ามือของพวกเขาเมื่อคิดได้เช่นนี้ ท่าทีของเขาก็อ่อนลงมากทีเดียว“ตราบใดที่พวกเจ้าสามารถรักษาชีวิตของเรา