าของจักรพรรดิซุ่นอู่สูงเกินไปจริง ๆแต่เดิมคิดว่าเขาเข้าใจนิสัยของบุตรชายทั้งสามคนดี และไม่ได้โง่เขลาอย่างที่เห็นภายนอก แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเชื่อใจจักรพรรดินี ให้นางเลี้ยงดูองค์ชายสี่ไม่ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะเป็นคนแบบไหน สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่เรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านสนใจเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยสบตากัน พวกเขารู้แล้วว่าควรพูดอะไรต่อไป
“จริง ๆ แล้วท่านอาจจะไม่ทราบ ท่านมีบุตรชายที่มีพรสวรรค์อย่างยิ่ง เพียงแต่ว่าคนผู้นี้ตั้งแต่เกิดมาก็ต้องพลัดพรากจากราชส านัก ต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอด…”จักรพรรดิซุ่นอู่ตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นก็เบิกตากว้างมองไปยังสองคนตรงหน้าแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของพวกเขาชัดเจน แต่ก็ยังท าให้เขารู้สึกไม่สบายใจ“พวกเจ้า…พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? เป็นพวกที่นางตระกูลเซวียชั้วช้านั่นส่งมาใช่หรือไม่?”“เจ้าต้องการล้วงความลับเรื่องตราแผ่นดินหยกจากปากของเราหรือ?”เฮ่อจือหร่านแค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน“หึ! พวกข้าไม่มีเวลาว่างมาสนใจว่าตราแผ่นดินหยกของท่านอยู่ที่ไหน ทุกค าที่ข้าพูดไปเมื่อครู่นี้ล้วนเป็นความจริง หากไม่เชื่อท่านสามารถไปสอบถามหยวนกุ้ยเฟยด้วยตัวเองก็จะรู้”“เรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับหยวนกุ้ยเฟย?” จักรพรรดิซุ่นอู่ยิ่งรู้สึกสับสนมากขึ้น
“เพราะบุตรชายของท่านผู้นี้เป็นลูกของหยวนกุ้ยเฟย…” เฮ่อจือหร่านไม่มีความอดทนที่จะเล่าเรื่องราวให้จักรพรรดิซุ่นอู่ฟัง นางเพียงแค่