นความทรงจ าของเขา จักรพรรดิซุ่นอู่เป็นผู้ปกครองที่โง่เขลาและไร้คุณธรรมมาโดยตลอด ชอบฟังค ายุยงของพวกคนชั่วที่ประจบสอพลอไม่คิดว่าวันนี้เขาจะกล่าวถ้อยค าเช่นนี้ออกมา หรือว่าในช่วงหลายวันที่ถูกจักรพรรดินีขังอยู่ในห้องลับ สมองของเขาจู่ ๆ ก็กลับมาแจ่มใสขึ้นมา?แต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้ เรื่องการคัดเลือกรัชทายาท ในราชส านักก็มีคนถกเถียงกันมานานแล้ว หากเขาคิดจริง ๆ ว่าโอรสองค์ใดเหมาะสม ต าแหน่งรัชทายาทก็คงไม่ว่างเปล่ามานานขนาดนี้โม่จิ่วเยี่ยมีความสงสัยในใจ เฮ่อจือหร่านก็เช่นกันในขณะที่ทั้งสองคนก าลังคาดเดาความเป็นไปได้ต่าง ๆ ในใจจักรพรรดิซุ่นอู่ก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง
“เราไม่มีความหวังกับบุตรชายทั้งสามคนนี้ แต่เดิมเราคิดว่าจักรพรรดินีได้รับเลี้ยงองค์ชายสี่มาตั้งแต่เล็ก น่าจะสั่งสอนอบรมเขาได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเราคิดง่ายเกินไป ดูเหมือนว่าตอนนี้ เมื่อเทียบระหว่างหนานรุ่ย กับหนานฉีแล้ว เราก็ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่หนานฉีเท่านั้น อย่างน้อยเขาก็มีความกล้าหาญมากกว่าหนานรุ่ยอยู่บ้าง”“เราหวังว่าพวกเจ้าจะหาทางให้หนานฉีมาพบเราสักครั้ง เราจะมอบบางสิ่งให้เขา ซึ่งอาจช่วยให้เขาพลิกสถานการณ์ได้”เมื่อเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้าสองคน จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ได้พูดถึงสิ่งที่จะมอบให้หนานฉี แต่ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างรู้ดีว่านี่น่าจะเป็นไพ่ใบสุดท้ายของเขาและจากค าพูดของเขา พวกเขาเพิ่งตระหนักว่าพวกเขาประเมินสติปัญญ