รอยู่แถวนั้นหากต้องการได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ก็จ าเป็นต้องไปยังที่ที่มีคนอยู่โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านพลางสังเกตสถานการณ์รอบข้าง มุ่งหน้าไปยังต าแหน่งต าหนักของจักรพรรดินีที่นี่น่าจะเป็นสถานที่ห่างไกลที่สุดในต าหนักเฟิ่งซี นอกจากห้องเก็บของไม่กี่ห้องแล้วก็ไม่มีอะไรอีกเพิ่งเดินออกไปไม่นาน โม่จิ่วเยี่ยก็หยุดฝีเท้าลงทันที่เฮ่อจือหร่านย่อมไม่มีประสาทรับรู้เฉียบแหลมเท่ากับเขา แต่นางรู้ดีว่าโม่จิ่วเยี่ยหยุดกะทันหันเช่นนี้ต้องเพราะเขาพบเห็นบางสิ่งนางถามเสียงเบาว่า “ท่านพี่ เกิดอะไรขึ้นหรือ”โม่จิ่วเยี่ยท าสัญญาณมือให้เงียบ พลางโอบเอวเฮ่อจือหร่าน แล้วกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆไม่นานนักเสียงด่าทอก็ดังชัดเข้าโสตประสาทของทั้งคู่“หึ ๆ …ไม่คิดว่าจิ้งจอกเฒ่าอย่างท่านจะตกอยู่ในมือของข้าได้องค์จักรพรรดินีทรงเมตตา ต้องการให้ท่านตายอย่างสบาย แต่ข้าไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นหรอก”
“สวีลี่ เจ้าเป็นแค่คนต ่าช้าที่ได้ดี เมื่อก่อนหากไม่ใช่เพราะข้าสงสารเจ้า พาเจ้ามาอยู่ข้างกายและสั่งสอน เจ้าจะมีวันนี้ได้หรือ? แต่ผลสุดท้ายเจ้ากลับเนรคุณ ปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้หรือ?”“เหอะ! ตอนนั้นท่านพาข้ามาอยู่ข้างกายและสั่งสอน แต่นั่นเรียกว่าการสั่งสอนหรือ? ข้าคอยเทน ้าล้างเท้าให้ท่านทุกวัน หากไม่พอใจก็ทุบตีด่าว่าข้า สิ่งเหล่านี้ข้าย่อมจดจ าไปชั่วชีวิตเลย”หนึ่งในเสียงของคู่สนทนานั้น โม่จิ่วเยี่ยคุ้นเคยเป็นอย่างดีม