หวังมามามองดูรอยแผลเป็นนั้น จากนั้นก็หันไปมองใบหน้าของโม่จิ่วเยี่ยโม่จิ่วเยี่ยพูดต่อว่า “อีกอย่างหนึ่ง ตอนข้าเป็นเด็กข้าชอบกินขนมกุ้ยฮวาที่หวังมามาท าด้วยตัวเอง เวลาข้าออกจากวังกลับบ้านหวังมามามักจะเอาขนมให้ข้าติดตัวไปสองสามชิ้นเสมอ แล้วก็ตอนที่ข้ากับหนานฉีซุกซน พวกข้าเคยฉี่ลงในอ่างไม้ที่หวังมามาใช้ล้างผัก…”เพื่อพิสูจน์ตัวตนของตัวเอง โม่จิ่วเยี่ยถึงกับทุ่มสุดตัว ถึงขนาดเล่าเรื่องน่าอายแบบนี้ออกมาแบบนี้แล้ว หวังมามาจะยังมีข้อสงสัยอะไรอีกเล่า?นางก้าวไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น เดินเข้าไปใกล้โม่จิ่วเยี่ยแล้วยกมือทั้งสองข้างที่สั่นเทาขึ้นมาจับแขนของเขาไว้“ท่านคือคุณชายเก้าจริง ๆ หรือ?” หวังมามาน ้าตาไหลพรากโม่จิ่วเยี่ยเมื่อเห็นหวังมามาก็รู้สึกสนิทสนมเป็นพิเศษเห็นร่างของหวังมามาสั่นไหวเล็กน้อย เขาจึงรีบยื่นมือไปประคองอย่างว่องไวพอประคองเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็พบว่าหวังมามาผอมจนเหลือแต่กระดูก
“เหตุใดร่างกายของหวังมามาจึงผอมแห้งเช่นนี้?”หวังมามาไม่ได้ตอบค าถามของโม่จิ่วเยี่ย นางเพิกเฉยต่อเฮ่อจือหร่านโดยสิ้นเชิง แล้วจูงเขาเดินเข้าไปด้านในฉากบังตา“คุณชายเก้าโปรดตามข้ามาเร็ว หากกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงได้เห็นท่าน ท่านจะต้องฟื้นขึ้นมาแน่นอน”ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างเข้าใจดีว่า เหตุที่หวังมามากล่าวเช่นนี้ เป็นเพราะนางเชื่อมั่นว่าโม่จิ่วเยี่ยคือบุตรแท้ ๆ ของหยวนกุ้ยเฟยยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะอธิ