หลังจากผ่านยามจื่อไปแล้ว ยามเฝ้ าประตูเหล่านั้นจะเปลี่ยนเวร ยามซึ่งจะต่างออกไป ไม่มีใครรู ้ว่าคนที่ออกไปในช่วงครึ่งคืนแรกเป็ น ใครและมีกี่คน
ด้วยเวลามีจากัด โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านไม่สะดวกจะพูดคุยกับ เสนาบดีเฮ่อมากไปกว่านี้ เขาเรียกลุงเฟิ งเข้ามา แล้วลากขันทีทั้ง สามคนไปที่ลานพร ้อมกัน
อย่างไรก็ตามลุงเฟิงเพิ่งบอกไปว่า ท่านพ่อตาได้ส่งบรรดาบ่าว รับใช ้ออกไปหมดแล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนมาเห็น
โม่จิ่วเยี่ยถอดเสื้อผ้าขันทีสองคนออก จากนั้นก็ลงมือสังหาร พวกเขาอย่างรวดเร็ว
“ลุงเฟิง รบกวนท่านจัดการศพพวกนี้ด้วย”
“ท่านเขยวางใจได้ ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”
กลางดึกเช่นนี้ เมื่อมองศพทั้งสามศพ ลุงเฟิงก็รู ้สึกหวาดกลัวอยู่ ในใจ แต่พอนึกว่านายท่านของตนจะมีโอกาสรอดชีวิตเพราะเรื่องนี้ เขาก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
เวลาไม่คอยท่า หลังเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาถึงยามจื่อแล้ว โม่จิ่ว เยี่ยกับเฮ่อจือหร่านจึงหลบไปหลังฉากบังตา เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ นชุด ของขันทีทั้งสองคนนั้น
โชคดีที่ขันทีคนหนึ่งมีรูปร่างค่อนข้างเตี้ย เมื่อเฮ่อจือหร่านสวม ใส่เสื้อผ้าของเขาแล้ว นอกจากจะหลวมไปหน่อย ความยาวก็พอดี มาก
โม่จิ่วเยี่ยมีรูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่ เขาจึงสวมเสื้อผ้าของขันที หลิวซึ่งก็หลวมไปเช่นกัน แต่ดูแล้วไม่มีอะไรผิดแปลก
เฮ่อจือหร่านแต่งหน้าอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ก่อนทั้งสองจะออกมา จากฉากบังตา