นางและโม่จิ่วเยี่ยเดินออกมาจากหลังฉากกั้นพร ้อมกัน
ทั้งสองคนเคลื่อนไหวอย่างพร ้อมเพรียงกัน ฉวยโอกาสที่ขันที หลิวไม่ทันระวังตัว เข้าไปด้านซ ้ายและขวาของเขา ท าให้ขันทีสอง คนที่อยู่ข้าง ๆ สลบไป
จากนั้นนางก็หัวเราะเยาะอย่างเย็นชาว่า “หากต้องการฆ่าข้า ไม่ จาเป็ นต้องไปถึงซีเป่ย ตอนนี้ข้ายืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว ดูซิว่าเจ้าจะมี ความสามารถหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยเป็ นผู้ฝึ กฝนวิชายุทธ ์ ความสามารถในการรับรู ้ถึง อันตรายรอบตัวนั้นแข็งแกร่งเป็ นพิเศษ
ตอนที่เขาหลบอยู่หลังฉากกั้น เขาก็คอยสังเกตสถานการณ์ โดยรอบอย่างระมัดระวัง และมั่นใจว่าวันนี้มีเพียงคนสามคนนี้ที่มาที่ จวนเสนาบดี
ดังนั้นเมื่อเฮ่อจือหร่านตั้งใจจะปรากฏตัว เขาก็เตรียมพร ้อม สนับสนุน
ขันทีหลิวไม่รู ้จักคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่
จากค าพูดของเฮ่อจือหร่านก็สามารถตัดสินตัวตนของนางได้ เพียงแต่ขันทีหลิวไม่ค่อยเชื่อว่า คุณหนูตระกูลเฮ่อที่แต่งเข้าสกุลโม่ ได้เพียงสองวันก็ถูกเนรเทศไปซีเป่ย จะมาปรากฏตัวในเมืองหลวงได้ อย่างไร?
ต้องบอกว่าขันทีหลิวคนนี้ก็ยังมีสมองอยู่บ้าง
ถึงแม้ว่าในใจเขาจะสงสัยในตัวตนของหญิงสาวที่พูดอยู่ตรงหน้า แต่เขาก็เห็นกระบวนการลงมือของคนทั้งสองเมื่อครู่อย่างชัดเจน
ความคล่องแคล่วว่องไวนั้นเทียบชั้นได้กับเหล่าองครักษ์ลับข้าง กายจักรพรรดินี แน่นอนว่าต้องเป็ นผู้เชี่ยวชาญยุทธ ์