ขันทีหลิวก็นับว่ารู ้กาลเทศะ ไม่จ าเป็ นต้องให้เฮ่อจือหร่านกับโม่ จิ่วเยี่ยเตือนเขาไม่ให้ส่งเสียง เขาก็ปิดปากเงียบเองโดยสมัครใจ
อย่างไรก็ตาม เพื่อพิสูจน์ตัวตนของคนตรงหน้า เขาก็ยังคงถาม ด้วยน้าเสียงปกติว่า “เจ้าเป็ นใครกันแน่?”
เฮ่อจือหร่านหัวเราะเยาะเย้ย
“ฮึ… เมื่อครู่เจ้ายังข่มขู่ท่านพ่อของข้า ให้จักรพรรดินีส่งคนไปซี เป่ยเอาชีวิตข้ามิใช่หรือ? เป็ นไรไป? ตอนนี้ข้ายืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว เจ้ากลับจ าข้าไม่ได้?”
ในตอนนี้ท่านเสนาบดีเฮ่อได้ตกตะลึงไปแล้ว เมื่อครู่นี้เขาก็ได้ เห็นการเคลื่อนไหวของเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยเช่นกัน
เขาไม่เคยรู ้มาก่อนเลยว่าบุตรสาวของเขาได้เรียนรู ้วิทยายุทธ ์ เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด
อีกทั้งเมื่อเห็นนางอยู่ใกล้กับขันทีหลิวขนาดนั้น เขาก็กลัวว่า ขันทีหลิวจะหมดหนทางแล้วท าอะไรบ้า ๆ โดยจับตัวนางไว้เป็ นตัว ประกันเพื่อข่มขู่เขา
“หร่านหร่าน มายืนข้างพ่อ อย่าได้เสียเวลาพูดจากับคนแบบนี้ เลย”
เสนาบดีเฮ่อได้เตรียมใจพร ้อมที่จะตายไปแล้ว หากวันนี้บุตรสาว และบุตรเขยไม่ได้มา เขาอาจจะดื่มยาพิษในขวดบนโต๊ะนั้นไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คนที่เขารักและห่วงใยอยู่ที่นี่ เขาจะทาแบบ นั้นไม่ได้เด็ดขาด
ดูเหมือนว่าเขาจาเป็ นต้องสู้กับขันทีหลิวนี้จนถึงที่สุดแล้ว