พูดถึงการสู้จนถึงที่สุด เขากลับลืมโม่จิ่วเยี่ยไปเสียสนิท เมื่อมี เทพสงครามแห่งต้าซุ่นในอดีตอยู่ที่นี่ จะปล่อยให้พ่อลูกตกอยู่ใน อันตรายได้อย่างไร?
โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ต้องการให้เฮ่อจือหร่านเสี่ยงอันตรายใด ๆ เขาจึง ยืนขวางหน้าพ่อลูกตระกูลเฮ่อทั้งสอง จ้องมองขันทีหลิวตรง ๆ
จากสายตาเยือกเย็นของเขา ไม่ยากที่จะตัดสินได้ว่า เขามอง ขันทีหลิวราวกับก าลังมองศพ
ลุงเฟิงยืนฟังความเคลื่อนไหวอยู่นอกประตูห้องหนังสือ เขารู ้ดีถึง ความสามารถของโม่จิ่วเยี่ย และทราบว่าเมื่อมีเขาอยู่ ท่านเสนาบดี และคุณหนูจะไม่ตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นเขาจึงยืนหยัดทาหน้าที่ อย่างซื่อสัตย์อยู่ตรงนั้น
เมื่อครู่นี้เขาได้ยินท่านเสนาบดีเฮ่อเรียกคุณหนูให้ไปอยู่ข้าง ๆ ตัวเอง แม้จะวางใจในความสามารถของโม่จิ่วเยี่ย แต่เขาก็อดเป็ น ห่วงไม่ได้
ทางด้านนี้ โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งจะยื่นมือไปบีบคอของขันทีหลิว ลุงเฟิงก็ ถือไม้กระบองขนาดเท่าแขนพังประตูเข้ามา
เดิมทีเขาคิดว่าจะตายตามท่านเสนาบดีไป แต่วันนี้คุณหนูและ ท่านเขยกลับมาแล้ว ท่านเสนาบดีเฮ่อคงจะไม่เลือกทาเช่นนั้น
ในเมื่อต้องสู้ตาย เขาก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย
“เจ้าสุนัขขันที กล้าดีมารังแกนายท่านกับคุณหนูรึ สมควร ตาย!!”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นลุงเฟิงเดินเข้ามาด้วยท่าทางดุดัน จึงรีบโยนขันที หลิวที่เกือบจะถูกเขาบีบคอตายไปให้