ร่างที่อ้วนท้วนของขันทีหลิวลอยไปตามแรงของโม่จิ่วเยี่ย เหมือนก้อนเนื้อที่ตกลงไปที่เท้าของลุงเฟิง
ลุงเฟิงก็ว่องไวไม่แพ้กัน ไม้กระบองที่เพิ่งยกขึ้นก็ฟาดลงบนร่าง ของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
ครั้งนี้ลุงเฟิงใช ้แรงทั้งหมดที่มี ขันทีหลิวถูกตีจนไม่ทันได้ร ้องก็ สลบไปเสียแล้ว
ในเมื่อโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านเลือกที่จะปรากฏตัวต่อหน้าขันที เหล่านี้แล้ว ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะปล่อยให้พวกเขามีชีวิตรอด
ทั้งสองคนต่างมีความแม่นยาในการลงมือ สามารถมั่นใจได้ว่า ขันทีสองคนที่ถูกทาให้หมดสติเป็ นคนแรกนั้นจะไม่ฟื้นขึ้นมาภายใน ครึ่งชั่วยาม
ขันทีหลิวก็ถูกไม้กระบองของลุงเฟิงฟาดเอาจนเกือบเอาชีวิตไม่ รอด
“ท่านพ่อ คนพวกนี้ถูกจักรพรรดินีส่งมา นางต้องการเอาชีวิต ท่านหรือ?”
ในเวลานี้ราชสานักกาลังวุ่นวาย เสนาบดีเฮ่อไม่เต็มใจที่จะ ร่วมมือกับฝ่ายของจักรพรรดินี เป็ นธรรมดาที่เขาได้เตรียมพร ้อมที่จะ ตายอยู่แล้ว
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุตรสาวของตน เรื่องเช่นนี้เขาไม่ อยากจะกล่าวออกมา
เสนาบดีเฮ่อไม่ต้องการจะพูด แต่ลุงเฟิงกลับอดใจไม่ไหว
เขาเห็นว่านายท่านของตนยังคงลังเลไม่ยอมเอ่ยปาก จึงก้าว ออกมาพูดว่า “คุณหนู ข้าขอร ้องท่านให้ช่วยเกลี้ยกล่อมนายท่าน ด้วยเถิด! เมื่อวานซืนนายท่านได้ไล่ข้ารับใช ้ในจวนออกไปจน หมดแล้ว เตรียมพร ้อมที่จะไปตายเสียด้วยซ้า หากไม่ใช่เพราะข้ายืน กรานจะอยู่ต่อ นายท่านคงจะไล่แม้แต่ข้าออกไปด้วย”