ล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงจูงมือเฮ่อจือหร่านลุกขึ้นยืน
“ได้เวลาแล้ว ข้ากับภรรยาคงไม่รบกวนนานนัก อย่างช้าสามวันข้าจะกลับมาหาคุณชายเฟ่ยอีกครั้ง”
“ดี ข้าจะรอคอยข่าวจากคุณชายเก้า” เฟ่ยหนานอวี่ส่งแขกทั้งสองไปจนถึงประตูด้านข้างที่พวกเขาเข้ามา มองร่างของทั้งสองเดินห่างออกไปจึงหันกลับเข้าไป
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านออกจากจวนตระกูลเฟ่ย พวกเขาเดินวนไปวนมาหลบหลีกสายตาของทหารลาดตระเวน ก่อนจะอ้อมไปยังลานหลังของจวนเสนาบดี
ส าหรับจวนตระกูลเฟ่ยนั้น โม่จิ่วเยี่ยคุ้นเคยดี ส่วนสภาพของจวนเสนาบดี เฮ่อจือหร่านก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่
ทั้งสองคนพากันอ้อมไปทางด้านหลังจวน เฮ่อจือหร่านชี้ไปยังต าแหน่งหนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยพานางปีนก าแพงเข้าไป
ที่นี่คือด้านหลังของจวนเสนาบดี ท่านเสนาบดีเฮ่อไม่มีอนุภรรยาด้านหลังจวนเคยเป็นห้องส่วนตัวของเฮ่อจือหร่าน รวมถึงเป็นเรือนของท่านแม่และท่านพ่อของนาง
อาจเป็นเพราะทั้งเฮ่อจือหร่านและเฮ่อฮูหยินไม่อยู่ ด้านหลังจวนจึงมืดสนิท ให้ความรู้สึกอ้างว้างอย่างมาก
เฮ่อจือหร่านรู้จักนิสัยของท่านเสนาบดีเฮ่อดี ตามปกติแล้ว แม้ว่าตอนนี้ท่านพ่อจะยังคงยุ่งอยู่กับงานราชการในห้องหนังสือ แต่เรือนที่ท่านพักก็ควรจะมีข้ารับใช้จุดตะเกียงทิ้งไว้
นางลากตัวโม่จิ่วเยี่ย เดินวนเวียนรอบลานบ้าน ไม่เพียงแต่ไม่มีการจุดโคมไฟ แม้แต่เงาของข้ารับใช้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่คนเดียว
เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เฮ่อจือหร่านก็เหยียบก้อนหิ