โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านปะปนอยู่ในฝูงชนเพื่อลอบสังเกตการณ์กระทั่งใกล้ยามเที่ยง คนมากมายก็หมดหวังและจากไปแล้ว แต่ยังมีคนอีกมากที่ไม่ยอมแพ้ เฝ้ารออยู่ที่นั่นมีคนที่กล้าหาญวิ่งไปที่ประตูเมืองเพื่อร้องขอค าอธิบายจากทหารยามที่เฝ้าประตูตอนแรกพวกทหารเหล่านั้นเพียงใช้อาวุธกันพวกเขาไว้ ไม่ได้ท าอะไรรุนแรงแต่หลังผ่านไปสักครู่ ไม่รู้ว่ามีใครสั่งการอะไรหรือไม่ พวกทหารถึงเริ่มลงมือกับประชาชนที่มาก่อกวน ไม่นานก็ขับไล่คนจ านวนมากออกไปคนหน้าประตูเมืองเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ หลังจากล่วงเลยยามเที่ยงไปก็แทบไม่เหลือใครอยู่เลยตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านต่างรู้สึกกระวนกระวายอยู่บ้างเสี่ยวไป๋ออกไปส่งจดหมายให้เฟ่ยหนานอวี่ในเมืองหลวงตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่กลับมา พวกเขาจึงกังวลว่าเฟ่ยหนานอวี่จะเกิดเรื่องอะไรหรือไม่ขณะทั้งสองคนก าลังจะปรึกษาหาทางแก้ไข โม่จิ่วเยี่ยก็เห็นเสี่ยวไป๋ที่บินออกมาจากทางประตูเมือง
“หร่านหร่าน เสี่ยวไป๋กลับมาแล้ว”เพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็น ทั้งสองจึงจงใจเดินไปยังจุดที่เงียบสงบแห่งหนึ่งเสี่ยวไป๋บินมาด้วยความเร็วไปหาโม่จิ่วเยี่ยและเกาะอยู่บนไหล่ของเขาเพื่อความไม่ประมาท เฮ่อจือหร่านกวาดตามองรอบ ๆ แล้วจูงมือโม่จิ่วเยี่ยหลบเข้าไปในพื้นที่มิติครั้งนี้เหตุการณ์เร่งด่วน โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ให้รางวัลเสี่ยวไป๋ทันที่แต่รีบน าจดหมายออกจากขาของมันจดหมายเขียนโดยเฟ่ยหนานอวี่ มันแตกต่าง