ความจริงแล้วเด็กคนนี้เป็นโรคปอดบวม เพียงแต่ราชวงศ์ต้าซุ่นยังไม่มีค าว่าโรคปอดบวม เฮ่อจือหร่านจึงต้องใช้ค าพูดที่พวกเขาเข้าใจได้ในการอธิบายเมื่อนางพูดจบ หญิงคนนั้นก็คุกเข่าลงตรงหน้านางทันที่“ฮูหยิน ข้าขอร้องท่าน โปรดช่วยชีวิตลูกชายข้าด้วยเถิด!”เฮ่อจือหร่านรีบช่วยพยุงนางขึ้นมาอย่างเร่งรีบ“พวกเจ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ข้ามียาที่เหมาะกับอาการนี้ติดมาด้วย ให้เด็กกินก่อนเถอะ”เฮ่อจือหร่านกล่าวจบก็หมุนตัวขึ้นไปบนรถม้า หยิบยาลดไข้และยารักษาโรคปอดบวมในเด็กออกมาจากพื้นที่มิติหลังจากเปลี่ยนห่อบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดแล้ว นางก็มอบให้กับสตรีผู้นั้น พร้อมทั้งบอกให้นางเอาให้เด็กกินทันที่ขณะเดียวกัน เฮ่อจือหร่านก็ไม่ลืมจะสอบถามสาเหตุที่ประตูเมืองยังไม่เปิดจากสามีภรรยาคู่นี้“พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า เหตุใดวันนี้ประตูเมืองถึงยังไม่เปิดกระทั่งเวลานี้แล้ว?”ชายคนนั้นอธิบายว่า “พวกท่านคงเป็นคนต่างถิ่นใช่หรือไม่? คงไม่แปลกที่จะไม่รู้สถานการณ์ของเมืองหลวง”
เฮ่อจือหร่านท าท่าทีสนใจแล้วถามต่อว่า “โอ้? มันเป็นเช่นไรกันแน่?”“ประตูเมืองหลวงไม่ได้เปิดมาสามวันแล้ว พวกข้าเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านรอบ ๆ เมืองหลวง หากไม่ใช่เพราะลูกเจ็บป่วยอยากจะเข้ามาลองเสี่ยงดูก็คงไม่มารอที่นี่ ดูจากสถานการณ์วันนี้แล้ว ประตูเมืองคงยังไม่เปิดได้อีก”เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยฟังค าพูดของชายคนนั้นแล้วต่างมองหน้ากัน ทั้งสองคนมีลางสังหรณ์ไม่