ดีประตูเมืองหลวงไม่ได้เปิดมาสามวันแล้ว มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือด้านในคงเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นโดยเฉพาะเฮ่อจือหร่านที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณเป็นอย่างมากความเป็นไปได้มากที่สุดของสถานการณ์เช่นนี้คือมีคนก าลังบีบบังคับราชส านักทั้งสองคนมองก าแพงเมืองโดยไม่รู้ตัวโม่จิ่วเยี่ยกล่าวเบา ๆ ว่า “ดูท่าว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นจริง ๆ มิเช่นนั้นทหารยามบนก าแพงคงไม่มากมายเช่นนี้”แม้เฮ่อจือหร่านจะไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์ของที่นี่เท่ากับโม่จิ่วเยี่ย แต่นางก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างได้
จากสภาพของทหารยามบนก าแพงเมือง พวกเขาทั้งหมดต่างสวมชุดเกราะ แต่ละคนถือหอกใหญ่ในมือและมีสีหน้าเคร่งขรึมตามความเข้าใจของนาง ทหารประตูเมืองไม่เคยดูน่าเกรงขามเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาล้วนเป็นทหารประจ าการของราชวงศ์ต้าซุ่นสายตาของโม่จิ่วเยี่ยจับจ้องไปที่บุคคลซึ่งอยู่ตรงกลางป้อมประตูเมืองแม้คนผู้นั้นจะกลายเป็นเถ้าถ่าน แต่โม่จิ่วเยี่ยก็ยังจ าได้เขาคือเซวียป๋อ บุตรชายคนเล็กของอัครเสนาบดีเซวียโม่จิ่วเยี่ยมีอายุมากกว่าเซวียป๋อเล็กน้อย เขาคนนี้ชอบตีหอกฟันดาบมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรนักเมื่อเห็นว่าเขาไม่มีพรสวรรค์ในการศึกษาร ่าเรียน อัครเสนาบดีเซวียจึงเชิญอาจารย์ศิลปะการต่อสู้มาสั่งสอนเขา ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของอัครเสนาบดีเซวีย เพราะคนในตระกูลเซวียล้วนเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นทั้งสิ้น ยังไม่มีขุนพลที่ส