พูดง่าย ๆ ก็คือแม้ว่าการกระท าของสกุลโม่ในตอนนี้จะเป็นไปเพื่อปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง แต่หากมองในสายตาของคนนอก มันคือการกบฏต่อราชส านัก!บุรุษสกุลโม่เคยมีจิตใจที่จงรักภักดีต่อประเทศชาติ แม้ว่าตอนนี้จะตกอยู่ในสภาพถูกเนรเทศ แต่หากไม่จ าเป็นถึงที่สุด ไม่มีใครอยากเป็นผู้ก่อกบฏแต่ด้วยสถานการณ์บีบบังคับ พวกเขาจึงท าได้เพียงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อปกป้องความปลอดภัยของครอบครัวตนเองเดิมทีโม่ฉิงยังลังเลอยู่บ้าง เมื่อเห็นบุตรชายคนที่สี่ของตนพูดเช่นนี้ เขาก็ตัดสินใจทันที่“เอาล่ะ ท าตามที่เจ้าเก้าบอก เจ้าพาตระกูลเฮ่อเข้าเมืองหลวงก่อน ส่วนคนอื่น ๆ ให้รอข่าวจากเจ้าอยู่ที่ซีเป่ย”โม่จิ่วเยี่ยคิดว่าการเกลี้ยกล่อมครอบครัวให้เขาพาเฮ่อจือหร่านเข้าเมืองหลวงเพียงล าพังคงต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ไม่คิดว่าจะผ่านไปได้ง่าย ๆ เช่นนี้แม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่ได้ลืมเรื่องของเฮ่อจือหร่าน
“ท่านพ่อ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ท่านแม่ยายของข้ายังไม่ทราบเรื่องที่หร่านหร่านจะไปเมืองหลวงกับข้า เรื่องนี้ข้าหวังว่าก่อนที่พวกข้าจะจากไป อย่าให้นางรู้เรื่องนี้เลย”นี่ก็เป็นความตั้งใจของเฮ่อจือหร่านเช่นกัน ครั้งที่แล้วนางไม่ได้โต้แย้งกับเฮ่อฮูหยิน เพราะนางเข้าใจนิสัยของอีกฝ่าย หากรู้ว่านางจะไปเมืองหลวงที่มีอันตราย ก็คงไม่ยอมให้นางเข้าเมืองหลวงแน่นอนแม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะไม่พูด นางก็ตั้งใจจะเตือนอยู่แล้วในฐานะพ่อแม่ โม่ฉิงจ