ีและคนตระกูลเซวียที่น่าชังนัก ข้าจะต้องท าให้พวกเขาไม่ได้ตายดีแน่”เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกโกรธเคืองมาก หากเป็นในอดีต เรื่องเช่นนี้นางคงแค่ฟังผ่าน ๆ หากโม่ฉิงไม่เอ่ยปากถามความเห็น ก็จะไม่แสดงความเห็นออกไปเอง ทว่าวันนี้แตกต่างออกไป ตระกูลเซวียรังแกคนเกินไปแล้วจริง ๆ“ท่านพ่อ อีกสองวันโรงเรือนก็จะสร้างเสร็จแล้ว ข้าตั้งใจจะไปเมืองหลวงกับสามี ในเมื่อพวกเขาไม่ยอมให้สกุลโม่อยู่อย่างสงบพวกเราก็ต้องลงมือก่อน จัดการกับคนที่คิดไม่ซื่อกับสกุลโม่ให้หมด”“เรื่องที่เมืองหลวงย่อมต้องไปแน่นอน แต่พวกเราบุรุษสกุลโม่ไม่ใช่คนขี้ขลาด เรื่องแบบนี้ยังไม่ถึงคราวที่เจ้าซึ่งเป็นสตรีจะต้องออกหน้า” โม่ฉิงเป็นคนแรกที่ออกมาคัดค้านในสายตาของเขา ลูกสะใภ้เก้าก็เพียงฉลาดกว่าคนอื่นเล็กน้อยแต่เรื่องบุกตะลุยต่อสู้แบบนี้จะให้นางซึ่งเป็นสตรีอ่อนแอไม่มีแม้แรงจะมัดไก่ไปท าได้อย่างไร
เฮ่อจือหร่านเพิ่งพูดออกไปเพราะความร้อนใจ ถึงเปิดเผยความคิดในใจออกมาตรง ๆค าพูดที่พูดออกไปแล้วย่อมไม่มีทางเรียกกลับคืนมาได้ อีกอย่างเรื่องนี้นางก็ได้ปรึกษากับโม่จิ่วเยี่ยไว้ล่วงหน้าแล้ว ตอนแรกโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่เห็นด้วยที่นางจะไป ด้านหนึ่งเป็นเพราะกังวลว่านางจะเผชิญอันตราย อีกด้านคือค านึงถึงลูกทั้งสองคนที่เพิ่งคลอดแต่ไม่มีใครรู้นิสัยของเฮ่อจือหร่านได้ดีเท่าเขา สิ่งที่นางต้องการจะท า ไม่ว่าพูดโน้มน้าวอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนใจนางได้ด้วยความจนใจ โม่จิ่วเยี