“คนเราไม่อาจมีชีวิตอยู่เพื่อความยึดมั่นถือมั่นในใจเพียงเล็กน้อยได้ตลอดไป แม้เจ้าจะแต่งงาน ก็ยังสามารถอาศัยอยู่ในหมู่บ้านซีหลิ่งได้ และยังไปมาหาสู่กับสกุลโม่ได้เช่นเดิม และหากมีข่าวว่าองค์หญิงสี่ได้รับการช าระแค้นแล้ว เจ้าก็จะเป็นคนแรกที่ได้รับรู้”หลานเอ๋อร์ยิ่งรู้สึกงุนงงมากขึ้น“ฮูหยินเก้า ถึงจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านซีหลิ่ง หลานเอ๋อร์ก็ไม่ขอแต่งงานเจ้าค่ะ”นางไม่ได้ดูถูกชาวนาหนุ่มในหมู่บ้าน แต่ไม่ได้ต้องการแต่งงานจริง ๆ และความยึดมั่นถือมั่นในใจก็ไม่อนุญาตให้ท าเช่นนั้นเฮ่อจือหร่าน “…”นางไม่เคยเจอคนที่ดื้อรั้นเช่นนี้มาก่อน“การแต่งงานไม่ดีหรือ เจ้าดูข้าสิ สามีรักข้า ญาติฝ่ายสามีก็ให้ความส าคัญ ทั้งยังได้มีลูกน้อยที่น่ารักถึงสองคน ข้าคิดว่าเจ้าเป็นสตรีที่เพียบพร้อม สตรีที่เพียบพร้อมควรได้ครอบครองสิ่งเหล่านี้”“โชคลาภของฮูหยินผู้เก้าไม่ใช่ทุกคนจะมีได้ หลานเอ๋อร์ไม่กล้าหวังสูงถึงเพียงนั้น”
ขณะอีกฝ่ายพูด เฮ่อจือหร่านก็คอยสังเกตสีหน้าของหลานเอ๋อร์อยู่ตลอด นางมองออกว่าแววตาของอีกฝ่ายมีประกายวาบขึ้นมาชัดเจนว่าในใจนางปรารถนาชีวิตเช่นนี้“แม้เจ้าจะเคยมีสถานะเป็นสาวใช้ แต่ข้ามองออกชัดเจนว่ากิริยามารยาทของเจ้าไม่ด้อยไปกว่าบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง ชาวบ้านในหมู่บ้านซีหลิ่งเหล่านี้ย่อมไม่คู่ควรกับเจ้าแน่นอน”เฮ่อจือหร่านคิดครู่หนึ่ง รู้สึกว่าการเกริ่นก่อนหน้านี้เพียงพอแล้วไม่จ าเป็นต้องอ้อมค้อมอ