“ให้เขาเข้ามาเถิด”
เจียงฉางเซิงเอ่ยไปทั้งที่ยังไม่ลืมตา เขาสัมผัสถึงปราณของอีกฝ่ายแล้วว่าเป็นพลังยุทธ์ขั้นเทวจิต ตั้งแต่อีกฝ่ายเข้ามาในเมืองเขาก็สัมผัสได้แล้ว แต่เจ้าหมอนี่ดูๆ ไปแล้วไม่ได้มีเจตนาร้ายใด ทั้งยังไม่มีท่าทีลับๆ ล่อๆ เขาจึงไม่ได้ลงมือ
ฮวงชวนรีบไปเรียกทันที
ไป๋ฉีปรายตาไปยังโครงกระดูกภูตที่อยู่ข้างหลังต้นไม้วิญญาณปฐพี พลางเอ่ยเตือนว่า “ท่านนักพรต ต้องเปลี่ยนที่ซ่อนโครงกระดูกภูตหรือไม่ หากถูกพบเห็นเข้าก็จะวุ่นวายใหญ่โตเอา”
เจียงฉางเซิงตอบว่า “ไม่เป็นไร ข้าอยู่ข้างหน้า ยังจะให้ฝ่ายนั้นอ้อมไปหลังต้นไม้ได้รึ”
โครงกระดูกภูตติดกระดาษยันต์ไว้แผ่นหนึ่งซึ่งทำให้ปราณของมันกลายเป็นว่างเปล่า ไม่มีใครสัมผัสได้
ไป๋ฉีได้ฟังก็คิดว่าสมเหตุสมผลจึงไม่เอ่ยสิ่งใดอีก
ผ่านไปไม่น่าน ฮวงชวนก็พาผู้ฝึกยุทธ์ของสำนักหลังบัลลังก์มา ฮวงชวนนำอีกฝ่ายมาถึงตรงหน้าประตูเรือนพักแล้วหันหลังจากไปทันใด ไม่รบกวนพวกเขาสนทนากัน
ผู้ฝึกยุทธ์ของสำนักหลังบัลลังก์ผู้นี้เป็นสตรีในอาภรณ์สีครามผู้หนึ่ง สวมหมวกปีกกว้าง มีแพรขาวห้อยไว้รอบปีกหมวก เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่งดงาม มือกุมกระบี่เล่มหนึ่ง ท่าทีเมื่อนางเห็นเจียงฉางเซิงก็เหมือนก