ม”แม้เฮ่อฮูหยินจะไม่มีความคิดลึกซึ้งเท่าฮูหยินผู้เฒ่า แต่นางก็ยังสังเกตสีหน้าท่าทางของผู้อื่นได้โดยเฉพาะหลานเอ๋อร์ที่วันนี้พอพูดจาก็เห็นได้ชัดว่ามีท่าทีเขินอายอยู่บ้างคนสกุลโม่ตระหนักถึงสถานะของตนเองในปัจจุบันตั้งแต่มาอยู่ที่ซีเป่ยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังท าตัวกลมกลืนไปกับท้องถิ่นราวกับเป็นคนธรรมดาทั่วไปแม้หลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์จะเป็นสาวใช้ขององค์หญิงสี่ แต่ในสายตาของคนสกุลโม่ก็ไม่เคยมองพวกนางว่าเป็นบ่าวรับใช้เลยในยามปกติ หลานเอ๋อร์และอวี่เอ๋อร์แสดงออกถึงความสง่างามและมีมารยาท แต่ก็ไม่เคยแสดงท่าทางอันต ่าต้อยทว่าวันนี้กลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่าหลานเอ๋อร์ก าลังประหม่ามาก ราวกับว่าตรงหน้านางมีคนที่นางหวาดกลัวอยู่เฮ่อฮูหยินเชื่อว่าตนเองปฏิบัติต่อคนอื่นด้วยความเมตตา ไม่เคยพูดจารุนแรงใส่สาวใช้ทั้งสองคนนี้ การที่หลานเอ๋อร์แสดงออกเช่นนี้ต่อหน้านางมันช่างผิดปกตินัก
อีกอย่าง หญิงสาวคนนี้ขณะพูดก็มักจะก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองเป็นระยะ หากสังเกตอย่างละเอียด ใบหน้าของนางยังมีสีแดงระเรื่อด้วยพอมองไปทางบุตรชายของตน เมื่อครู่เขายังคุยกับนางถึงเรื่องในใจอยู่ แต่พอหลานเอ๋อร์มาถึง เขากลับดูอึดอัดขึ้นมาทันที่เฮ่อฮูหยินไม่ได้ตอบหลานเอ๋อร์ทันที่ แต่กลับมองสลับไปมาระหว่างเฮ่อซื่อหมิงและหลานเอ๋อร์ในฐานะคนที่ผ่านโลกมามาก นางเหมือนจะเข้าใจบางอย่างแล้วแต่นางก็รู้ดีว่าเรื่องเช่นนี้สามารถสอบถามได้จ