ดีมักจะปลูกไว้ในสวนหลังบ้านบ้าง โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นซุ้มให้ร่มเงาในฤดูร้อน
ทั้งสองคนรู้ดีว่าองุ่นป่านั้นมีรสเปรี้ยวมาก พวกเขาคิดว่าสกุลโม่ไม่ได้เก็บเกี่ยวมันก็เพราะรสชาติไม่ถูกปาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้สนใจมากนัก
หลังจากนั่งลงแล้ว เมิ่งไห่หนิงและถังหมิงรุ่ยเอ่ยปากขึ้นเกือบจะพร้อมกัน
“พี่เก้า พี่สะใภ้เก้า เมล็ดข้าวโพดที่พวกท่านตกลงจะขายให้ทางการนั้น จะไม่เป็นโมฆะใช่หรือไม่?”
“พี่เก้า พี่สะใภ้เก้า ข้าวโพดนี้สามารถทำเงินได้มากมาย พวกท่านจะไม่ทำกิจการนี้หรือ?”
คำพูดของทั้งสองทำให้โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านหัวเราะขึ้นมา
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านก็ออกจากการอยู่ไฟพักฟื้นหลังคลอดแล้ว เรื่องค้าขายหรือกิจการต่าง ๆ โม่จิ่วเยี่ย ย่อมต้องมอบให้นางจัดการ เพราะเขาเองไม่มีความสามารถเทียบเท่าภรรยา
เฮ่อจือหร่านหัวเราะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก “วางใจเถิด สิ่งที่ข้าสัญญากับพวกเจ้าไว้ ข้าจะไม่คืนคำ”
เมื่อทั้งสองเห็นเฮ่อจือหร่านพูดเช่นนั้น ก็ลุกขึ้นพร้อมกันแทบจะในทันที พร้อมประสานมือคำนับ “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณพี่เก้าและพี่สะใภ้เก้ามาก”
“ข้าวโพดเราตั้งใจจะพาคนไปเก็บเกี่ยวด้วยตัวเองในวันพรุ่งนี้ ส่วนราคานั้นต้องรอให้แน่ใจถึงผลผลิตต่อหมู่ก่อน พวกเจ้าไม่ต้องรีบร้อน”
“ยิ่งไปกว่า