รค์! นี่สกุลโม่ก็ร ่ำรวยแล้วไม่ใช่หรือ?”“พืชผลจากที่ดินสามสิบหมู่กลับขำยได้เงินมากมายขนาดนี้หากที่ดินนี้อยู่ในมือพวกเรา อย่ำว่าแต่สองพันตำลึงเลย แค่เหลือสองตำลึงก็ต้องขอบคุณฟ้ำดินที่เมตตำแล้ว!”“พวกเราแต่เดิมขี้ขลาด ทำอะไรก็ลังเลไปหมด ด้วยความใจกว้ำงของเหล่ำจิ่ว หากพวกเราเอ่ยปำกขอซื้อเมล็ดพันธุ์จากเขำสักหน่อย แม้จะปลูกแค่สามหมู่ ก็น่ำจะได้รายได้สองร้อยตำลึงใช่หรือไม่”สองร้อยตำลึงเชียวนะ สองร้อยตำลึงสาหรับคนทั่วไปนั้นมีความหมายอย่ำงไร?นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขำไม่อาจเอื้อมถึงได้ตลอดชีวิต…
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้สนใจคำวิพำกษ์วิจำรณ์ของชำวบ้ำน อย่ำงไรเสียเขำกับเฮ่อจือหร่านก็ได้มอบมันเทศให้แล้วหลังจากฤดูใบไม้ผลิปีหน้ำ พวกเขำจะสามารถเพำะปลูกได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ท่านนายอาเภอเมิ่งไห่หนิงต้องกังวลเองแล้วโม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าหลังจากที่ตนบอกเรื่องราคำมันเทศไป เมิ่งไห่หนิงก็ยังไม่เอ่ยปำกสักครั้ง จึงคิดว่าเขำอาจมีปัญหาเรื่องเงินทอง“น้องเขย ที่ว่าการไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นหรอกหรือ? ถ้ำไม่มีก็ไม่เป็นไร ข้าสามารถให้เจ้ำติดค้ำงไว้ก่อนได้”ที่ว่าการอาเภอของเมืองอวิ่นนั้นยากจนจริง ๆ โชคดีที่เมิ่งไห่หนิงไม่ใช่ขุนนางโลภมาก เขำไม่เคยแตะต้องเงินภำษีแม้แต่เหรียญเดียวด้วยเหตุนี้ เงินภำษีของเมืองอวิ่นจึงมีเพียงพอจะซื้อเมล็ดพันธุ์มันเทศเหล่านี้แต่เดิมเขำก็เป็นลูกเขยของสกุลโม่ แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหลาย ๆ เรื่อ