พวกเขาก็ต้องเข้มงวดมากแน่นอน แม้จะไปเมืองหลวง ก็ต้องมีแผนการที่รอบคอบ ต้องมั่นใจว่าลงมือแล้วต้องส าเร็จเท่านั้น”โม่ชูหานก็รู้ว่าค าพูดของพี่ใหญ่และน้องเก้ามีเหตุผล แต่เขาก็ยังระงับความโกรธในใจไม่อยู่“นี่จะต้องรอถึงเมื่อไหร่กัน ข้าอยากจะเอาชีวิตคนพวกนั้นตอนนี้เลย”เฮ่อซื่อหมิงแม้จะไม่ใช่คนสกุลโม่ แต่นี่คือตระกูลของสามีน้องสาวเขา เขาก็เข้าใจสถานการณ์ในราชส านักเช่นกัน และรู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อชะตากรรมของสกุลโม่อย่างลึกซึ้งแต่เรื่องเช่นนี้ พี่น้องสกุลโม่มาพูดคุยกันต่อหน้าคนนอกอย่างเขาก็ดูไม่เหมาะสมนัก
เขาจึงกระแอมเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “พี่ชายที่มาจากเมืองหลวงผู้นี้ร่างกายยังอ่อนแอมาก ข้าจะออกไปสั่งให้คนจัดหาอาหารที่เหมาะสมส าหรับเขา”โม่ชูหานจึงตระหนักได้ว่าตนเองเสียกิริยาต่อหน้าคนนอกเสียแล้ว เขามองดูเงาร่างที่ก าลังจากไปของเฮ่อซื่อหมิงอย่างกระอักกระอ่วน แล้วถอนหายใจลึก ๆ“อย่างไรก็ตาม เมื่อแก้ไขวิกฤตที่อยู่ตรงหน้านี้แล้ว ข้าจะต้องไปเมืองหลวงให้ได้”ทันทีที่ค าพูดของเขาเพิ่งจบลง โม่จิ่วเยี่ยก็ก้าวเท้าใหญ่มุ่งหน้าออกไปนอกประตูเพราะว่าเขาได้ยินเสียงเรียกของเสี่ยวไป๋การเดินทางไปเมืองหลวงครั้งนี้ของเสี่ยวไป๋ใช้เวลาไม่น้อยเลยนานถึงครึ่งเดือนเต็ม ๆเมื่อวานนี้เขายังพูดคุยกับเฮ่อจือหร่านว่า เสี่ยวไป๋ยังไม่ส่งข่าวคราวกลับมา วันนี้เจ้าสัตว์ตัวน้อยก็กลับมาแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีมากมาย โม่จิ่วเยี่ยจึง