ไม่ได้แกล้งเสี่ยวไป๋เหมือนเช่นทุกครั้งก่อนที่จะอ่านจดหมาย คราวนี้เขาหยิบกระดาษแผ่นเล็กออกจากขาของเสี่ยวไป๋โดยตรง
กระดาษแผ่นเล็กยังคงเป็นลายมือของเฟ่ยหนานอวี่เขียนด้วยตนเองเนื้อหาสามารถกล่าวได้ว่าเป็นการขยายความจากข่าวที่เมิ่งไห่หนิงน ามาสามวันก่อน เขาพบว่าตระกูลเซวียส่งยอดฝีมือระดับสูงหลายร้อยคนออกจากเมืองหลวง หลังจากที่เขาส่งคนแอบติดตามก็พบว่าคนเหล่านั้นมุ่งหน้าไปทางซีเป่ยหลังจากยืนยันความถูกต้องของข่าวสารแล้ว เขาจึงให้เสี่ยวไป๋น าจดหมายกลับมา เพื่อแจ้งให้โม่จิ่วเยี่ยเตรียมการป้องกันล่วงหน้าในขณะเดียวกัน เฟ่ยหนานอวี่ยังวิเคราะห์เวลาโดยประมาณที่พวกมือสังหารจะมาถึงซีเป่ยอีกด้วยเขากล่าวว่าสามวันก่อนหน้านี้ คือก่อนที่จะเขียนจดหมาย คนของเขาได้ติดตามกลับมาอีกสามวัน เสี่ยวไป๋ต้องใช้เวลาสองวันในการบินกลับซีเป่ยนั่นหมายความว่า เวลาที่พวกมือสังหารจะมาถึง น่าจะเหลืออีกประมาณเจ็ดวันซึ่งไม่แตกต่างจากเวลาที่โม่จิ่วเยี่ยและครอบครัวเพิ่งค านวณไว้เมื่อครู่
เฟ่ยหนานอวี่ยังกล่าวถึงหนานรุ่ยอีกด้วย ต้องบอกว่าเขาเป็นคนที่ท าเรื่องใหญ่ได้จริง ๆโม่จิ่วเยี่ยแจ้งในจดหมายว่าหนานรุ่ยเดินทางไปเมืองหลวง เพื่อช่วยคลี่คลายวิกฤตให้กับสกุลโม่ และอธิบายว่าหนานรุ่ยได้ทิ้งญาติที่ส าคัญที่สุดของเขาคือเต๋อเฟยเหนียงเหนียงไว้ที่นี่ด้วยจุดนี้ก็สามารถบอกได้ว่าหนานรุ่ยเป็นคนที่ไว้ใจได้หากเปลี่ยนเป็นคนทั่วไป เช่น จักรพรรดิซุ