เขาสงสัยว่าคนของตระกูลเซวียอาจมาซีเป่ยเพราะจะจัดการกับสกุลโม่”“หึ! น่าเสียดายที่คนที่พวกเขาส่งมา ถูกพวกเราพี่น้องกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว เรื่องนี้จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีกต่อไปขอรับ”โม่ชูหานมีส่วนในการจัดการกับกลุ่มคนจากจิงเซียนโหลวทั้งหมด ในสายตาเขา คนที่ตระกูลเซวียส่งมาซีเป่ย ถูกพวกเขาพี่น้องจัดการจนหมดสิ้นแล้ว ไม่มีอันตรายอะไรอีกต่อไป“หากตระกูลเซวียกล้าส่งคนมาอีก มาหนึ่งคนก็ฆ่าหนึ่งคน ไม่มีปรานีเด็ดขาด”
เมื่อเห็นท่าทางของพี่แปดที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น โม่จิ่วเยี่ยกลับไม่ได้รู้สึกสบายใจเหมือนเขา“แม้ว่าพวกเราจะจัดการกับเซวียฝานและพรรคพวกของเขาไปแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรับรองได้ว่าจะไม่มีปลาที่หลุดตาข่ายหนีรอดไปเรื่องนี้ยังไม่อาจประมาทได้”โม่ฉิงมองลูกชายคนที่เก้าอย่างเห็นด้วย พูดต่อว่า “จิ่วเยี่ยพูดถูกแล้ว ข้ายังพูดเนื้อหาในจดหมายไม่จบ”โม่ฉิงหยุดไปชั่วครู่แล้วเอ่ยต่อ “คุณชายเฟ่ยยังบอกอีกว่าจักรพรรดินีไม่ได้รับข่าวจากทางซีเป่ยเสียที่ จึงเตรียมจะส่งคนมาอีกจากการตามสืบของเขาพบว่าคนที่จักรพรรดินีส่งมาครั้งนี้ล้วนเป็นนักฆ่าที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด อีกทั้งจ านวนก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว”ได้ฟังถึงตรงนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็เอ่ยแทรกค าพูดของเขา “ท่านพ่อ วันที่ลงท้ายในจดหมายคือวันอะไร”โม่ฉิงตอบ “วันที่เก้าเดือนเจ็ด”โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้ว “วันนี้คือวันที่สิบหกเดือนเจ็ด ดูเหมือนว่าคุณชายเฟ่ยจะได้รู้ข่าวอ