ุดท้าย ส่วนคนอื่นขึ้นเขาไปหมดแล้วขอรับ”ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น พี่รองที่เพิ่งไปส่งคนก็ลงมาจากบนเขาน าพวกเหลียงห่าวมาที่นี่หลังจากทักทายกันแล้ว พี่รองก็ไปส่งคนขึ้นเขาต่อ ส่วนพี่แปดกับเมิ่งไห่หนิงตรงกลับไปยังบ้านของผู้อาวุโสทั้งสองการที่โม่ชูหานกับเมิ่งไห่หนิงมาดึกเช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องมีเรื่องส าคัญที่จะพูด ฮูหยินผู้เฒ่าจึงรีบส่งคนไปเรียกลูกชายทั้งหมดมารวมตัวกันนอกจากพี่รองที่ขึ้นเขาไปจัดการเรื่องอดีตผู้ติดตามแล้ว พี่น้องที่เหลือก็มาครบทุกคนภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปโม่ชูหานเห็นเหล่าพี่น้องมองมาจึงอธิบายว่า “ไม่ใช่ข้า แต่เป็นน้องเขยที่มีเรื่องจะพูดต่างหาก”เมิ่งไห่หนิงไม่ได้ท าให้ทุกคนรอนาน เขาหยิบจดหมายออกมาจากอกเสื้อ คลี่ออกแล้วส่งให้โม่ฉิง“ท่านพ่อตา นี่คือจดหมายที่คุณชายเฟ่ยส่งมาให้ข้าผ่านทางนกพิราบวันนี้ บอกข้ามาเตือนพวกท่านว่าต้องระวังตัวให้มาก”
แม้เมิ่งไห่หนิงจะไม่ได้อ่านเนื้อความในจดหมายต่อหน้าทุกคนแต่จากสีหน้าของเขาก็พอจะเห็นได้ว่าในจดหมายนั้นคงไม่ได้มีข่าวดีอะไรเลยโม่ฉิงรับจดหมายมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ฮูหยินผู้เฒ่าขยับตะเกียงน ้ามันเข้าไปใกล้เขาอาศัยแสงตะเกียงน ้ามันอ่านเนื้อหาบนกระดาษแผ่นนั้นจากนั้นมือข้างหนึ่งก็ทุบลงบนโต๊ะข้าง ๆ อย่างแรง“ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้นกันหรือ?” พี่ใหญ่ถามเสียงเข้ม“คุณชายเฟ่ยบอกว่า ไม่นานมานี้เขาเพิ่งสืบได้ว่าตระกูลเซวียส่งคนมุ่งมาซีเป่ย