ลอดลูกสองคนก็เป็นโชคดีสองเท่าอยู่แล้ว บวกกับท่านพ่อลุกยืนได้ ควรจะเป็นโชคดีสามเท่าถึงจะถูก” พี่ห้าเตือนด้วยรอยยิ้ม
“น้องห้าพูดถูก เป็นโชคดีสามเท่าจริง ๆ” พี่รองรู้ตัวว่าตนเองพูดผิดก็รีบแก้ไขทันที่
เมื่อเห็นแม่ลูกพูดคุยกันไปมา ทิ้งเขาไว้ข้าง ๆ โม่ฉิงก็รู้สึกร้อนใจ
“พวกเจ้าอย่าพูดกันอีกเลย รีบให้ข้าดูหลานชายก่อนเถอะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าจึงนึกขึ้นได้ว่านางอุ้มหลานสาวสุดที่รักกลับมาให้โม่ฉิงดู
นางจึงสั่งการพวกลูกชาย
“รีบพาท่านพ่อพวกเจ้ากลับเข้าห้องก่อน”
โม่ฉิงรู้ดีว่าทารกน้อยที่เพิ่งเกิดกลัวลม แม้จะร้อนใจอยากเห็นแค่ไหนก็ต้องอดทนไว้ก่อน
เมื่อถูกบุตรชายพยุงกลับไปนั่งบนเตียงเรียบร้อยแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าก็วางทารกคนที่สองไว้ข้างกายเขา จากนั้นจึงค่อยเปิดมุมผ้าห่อตัวขึ้นเล็กน้อย
“นี่คือหลานสาวของพวกเรา เป็นน้องสาวจากทารกสองคน”
โม่ฉิงยื่นหน้าไปดู ท่าทางที่เร่งรีบและเคร่งเครียดอยากจะได้เห็นหลานชายเมื่อครู่นี้หายไปในพริบตา มันถูกแทนที่ด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความรักและเมตตา
“เด็กคนนี้ช่างน่ารักจริง ๆ งดงามกว่าหานเยี่ยของพวกเราเสียอีก”
“แน่นอนอยู่แล้ว พ่อแม่ของเด็กล้วนหน้าตาดี ลูกจะด้อยกว่าไปได้อย่างไร?”
โม่ฉิงเห็นภรรยาพูดเช่นนั้นก็รีบร้อนขึ้นมา
“เจ้าว่าข้าน่าเกลียดหรือ?”
นึกถึงเมื่อก่อน เขาก็เคยหล่อเหลาองอาจไม่ใช่หรือ?
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ยอมอ่อนข้อให้
“ท่านไม่ได้น่าเกลียด แต่ก็ไม่ได้หล่อเหลาเหมือนจิ่วเยี่ย ข้าเ