็นหมอต าแยมาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เจอสถานการณ์เช่นนี้
ชายคนนั้นไม่ยอมจากไปก็แล้วไป แต่นี่… นี่… นี่เกือบทั้งครอบครัวเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว…
หมอต าแยจ้าวสงบจิตใจลงแล้วพูดว่า “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าทุกคนเป็นห่วงภรรยายของจิ่วเยี่ย แต่เหลือเพียงคนเดียวไว้ช่วยเหลือก็พอแล้ว”
คนมากมายขนาดนี้ นางยังรู้สึกอึดอัด ไม่ต้องพูดถึงหญิงที่ก าลังจะคลอดเลย
ฮูหยินผู้เฒ่าก็เข้าใจประเด็นนี้ดี หากไม่ใช่เพราะแม่สะใภ้เข้ามาเมื่อครู่ นางก็คงไม่ตามเข้ามาด้วย
นางมองดูเหล่าลูกสะใภ้ที่อยู่ด้านหลังแวบหนึ่ง แล้วโบกมือ
“ทุกคนฟังค าของหมอต าแยเถิด พวกเราออกไปรอข้างนอกกันเถอะ”
เฮ่อฮูหยินต้องการจะอยู่ต่อ แต่เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าพาบรรดาสตรีออกไปแล้ว หากนางยังคงอยู่ต่อแล้วถูกหมอต าแยไล่ออกก็จะดูไม่งาม
นางมองดูลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเจ็บปวดอีกครั้งด้วยดวงตาแดงก ่า ก่อนจะอาลัยอาวรณ์ตามบรรดาสตรีสกุลโม่ออกไป
ส าหรับการกระท าของหมอต าแยจ้าว เฮ่อจือหร่านก็เห็นด้วยการที่มีคนมากมายเฝ้าดูนาง โดยเฉพาะการล้อมรอบอย่างแน่นหนาท าให้นางรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
ความเจ็บปวดของนางในตอนนี้ไม่เหมือนตอนแรกที่จะปวดเป็นระยะ
นับตั้งแต่ทุกคนออกไป ความเจ็บปวดของนางก็โถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
เพื่อรักษาเรี่ยวแรงไว้ แม้จะเจ็บปวดจนอยากระบายออกมา นางก็ยังคงอดทนอย่างเข้มแข็ง
การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานาน โม่จิ่วเยี่ยย่อมเข้าใจทุกการกระท าข