จิ่วเยี่ยเห็นสถานการณ์แล้วตกใจจนสีหน้าซีด ก้าวเข้าไปเตรียมพยุงเฮ่อจือหร่านให้ลุกขึ้น
ในขณะนั้นเอง หมอต าแยจ้าวก็เดินเข้ามา
“จิ่วเยี่ย เจ้าอย่าเพิ่งขยับนาง ให้ข้าดูก่อน น่าจะเป็นเวลาที่จะคลอดแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินค าพูดของหมอต าแยจ้าวแล้ว มือที่ยื่นออกไปก็ชะงักค้างกลางอากาศ
“ท่านป้า ข้าขอฝากเรื่องนี้กับท่านด้วย”
หมอต าแยจ้าวเดินมาที่ข้างเตียง เห็นโม่จิ่วเยี่ยยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน นางอดไม่ได้ที่จะเตือนว่า “จิ่วเยี่ย นี่เป็นห้องคลอดเจ้าออกไปรออยู่ข้างนอกได้แล้ว”
นางท างานเป็นหมอต าแยมาครึ่งชีวิต แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนเฝ้าอยู่ในห้องคลอดตลอดเวลา
ไม่ใช่ว่าไม่มีคนที่เป็นห่วงภรรยา แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าห้องคลอดเป็นสถานที่อัปมงคล หากผู้ชายอยู่ในนั้นจะท าให้โชคร้าย
ฮูหยินผู้เฒ่าและเฮ่อฮูหยินที่อยู่หน้าประตูต่างได้ยินหมอต าแยจ้าวไล่โม่จิ่วเยี่ยออกไป
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่สนใจเรื่องนี้
หากไม่ใช่เพราะเฮ่อจือหร่าน ไม่ต้องพูดถึงการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน คงไม่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้
เฮ่อจือหร่านเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ก าเนิดบุตรให้กับสกุลโม่ การที่โม่จิ่วเยี่ยในฐานะสามีอยู่เคียงข้างนางก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรต าหนิ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโชคร้ายหรืออะไรก็ตาม
สกุลโม่นั้นโชคร้ายมามากพอแล้ว ถูกตัดสินอย่างอยุติธรรมให้ถูกเนรเทศไปซีเป่ย เรื่องโชคร้ายขนาดนี้ยังผ่านมาได้ ส าหรับเรื่องโ