าช่วยเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของนาง และยังยื่นมือช่วยจัดเส้นผมที่ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยของภรรยาเป็นระยะเฮ่อฮูหยินเข้ามาข้างเตียง มองบุตรสาวที่ก าลังหลับสนิท ในที่สุดก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ร้องไห้ออกมาดัง ๆ“หร่านหร่าน เจ้าต้องทนทรมานเหลือเกิน…ฮือ ๆ ๆ …”พูดจบ นางก็หันไปทางประตูแล้วพนมมือ“สวรรค์เบื้องบน ข้าขอวิงวอนต่อท่าน ได้โปรดเมตตาอย่าให้บุตรสาวของข้าต้องทนทุกข์อีกเลย ขอเพียงนางคลอดได้อย่างราบรื่น ข้าผู้เป็นมารดายินดีสละอายุขัยสิบปี…”ฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้สึกสงสารลูกสะใภ้เช่นกัน แม้ว่าเมื่อครู่นางจะไม่ได้อยู่ตอนที่เฮ่อจือหร่านร้องครวญครางเจ็บปวด แต่ในฐานะคนที่อยู่ร่วมกับนางมาทั้งวันย่อมเข้าใจเฮ่อจือหร่านเป็นอย่างดี
นางมีนิสัยเด็ดเดี่ยว ไม่เหมือนสะใภ้คนอื่นที่เจอเรื่องอะไรก็ร้องไห้หากไม่ใช่เพราะการรักษาเมื่อครู่ทรมานเกินไป นางคงไม่ส่งเสียงร้องเช่นนั้นเมื่อคิดถึงสิ่งเหล่านี้ ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าก็ชื้นขึ้น นางรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเบา ๆ แล้วเดินมาที่ข้างเตียง“จิ่วเยี่ย แม่จะอยู่เป็นเพื่อนหร่านหร่านเอง เจ้าพาซื่อหมิงไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะ”เฮ่อซื่อหมิงเป็นพี่ชายภรรยาของโม่จิ่วเยี่ยและพวกเขารุ่นราวคราวเดียวกัน ดังนั้นจึงเหมาะจะเป็นคนต้อนรับที่สุดโม่จิ่วเยี่ยมองเฮ่อจือหร่านอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะเตรียมตัวหันหลังจากไปแต่เฮ่อซื่อหมิงไม่มีท่าทีว่าจะจากไปด้วยเขาพูดกับโม่จิ่วเยี่ยอย่างจริงจังว่า