เฮ่อซื่อหมิงเห็นเขาน าผ้าห่มมา จึงสั่งต่อว่า“เอาผ้าห่มคลุมท้องน้อยของหร่านหร่านไว้” โม่จิ่วเยี่ยยังคงงุนงงแต่ก็ท าตามเขาไม่เข้าใจความหมาย แต่เฮ่อจือหร่านเข้าใจดีไม่มีอะไรมากไปกว่าการระมัดระวังเรื่องชายหญิงในยุคนี้ เฮ่อซื่อหมิงต้องใช้มือช่วยพลิกท่าเด็กในครรภ์ เขาเป็นหมอต าแย คนไข้ล้วนเป็นผู้หญิง จึงต้องคิดหาวิธีที่มีประสิทธิภาพเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกันเฮ่อซื่อหมิงเห็นโม่จิ่วเยี่ยเอาผ้าห่มคลุมท้องน้องสาวตามค าสั่งเขาจึงเข้าไปใกล้ ก่อนจะลงมือ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเตือนอีกประโยค“หร่านหร่าน หากเจ้ารู้สึกเจ็บก็ร้องออกมาเลยนะ”ในยามนี้ที่ต้องรักษาน้องสาวแท้ ๆ ของตน เฮ่อซื่อหมิงรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหากเป็นคนอื่น เขาคงไม่ต้องค านึงถึงอะไรมากมาย แต่หากน้องสาวต้องทนทุกข์ทรมาน เขาในฐานะพี่ชายย่อมรู้สึกเจ็บปวดใจ
ไม่มีทางเลือก หากน้องสาวไม่เจ็บปวด ชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาไว้ได้ เฮ่อซื่อหมิงพยายามสงบอารมณ์แปลกประหลาดในใจพยายามรักษาสภาพจิตใจให้ดีที่สุด“พี่จะลงมือแล้ว” เมื่อค าพูดจบลง เฮ่อซื่อหมิงก็เริ่มลงมือปฏิบัติทันที่โม่จิ่วเยี่ยจับมือเฮ่อจือหร่านแน่น พลางปลอบประโลมไม่หยุด“หร่านหร่าน อย่ากลัวไปเลย พี่ใหญ่จะลงมือเบา ๆ แน่นอน”เมื่อมองดูการเคลื่อนไหวของเฮ่อซื่อหมิงแล้ว โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าค าปลอบโยนของตนเองนั้นไร้น ้าหนักเมื่อมองไปที่เฮ่อจือหร่านอีกครั้ง ในตอนแรกที่เฮ่อซื่อหมิงก าล