จิ่วเยี่ย ยังคงจ้องมองเฮ่อซื่อหมิง อยู่เช่นเดิม หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ นางจึงหันมามองโม่จิ่วเยี่ย“เจ้าพูดว่าอะไรนะ? เจ้าบอกว่าเขาคือหมอต าแยผู้เลื่องชื่อผู้นั้นหรือ?”“จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาด้วยตัวเอง เขาไม่เคยเรียนวิชาแพทย์อะไรเลย จะเป็นหมอต าแยผู้เลื่องชื่อได้อย่างไร? พวกเจ้าอย่าได้แต่งเรื่องเช่นนี้เพื่อปลอบใจข้าและหร่านหร่าน หากไม่สามารถเชิญหมอมาได้ พวกเรายังมีเวลาคิดหาวิธีอื่นอยู่”เฮ่อฮูหยินที่เมื่อครู่ไม่ได้ตอบสนองต่อค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย ก็เพราะนางไม่เชื่อเลยสักนิดในขณะเดียวกัน นางก็พยายามเตือนตัวเองให้รักษาสติ ควบคุมอารมณ์ของตนเองไว้ นางจึงได้พูดออกมามากมายเช่นนั้นเฮ่อซื่อหมิงรู้ดีว่าท่านแม่ไม่เชื่อเลยว่าเขาคือหมอต าแยผู้เลื่องชื่อ“ท่านแม่ ข้าเป็นหมอต าแยผู้เลื่องชื่อที่ทุกคนเล่าลือกันจริง ๆหากไม่เชื่อ ท่านเรียกจางซานมาถามดูก็ได้”
ในตอนนี้เฮ่อซื่อหมิงมีท่าทีจริงจังและกลับไปเป็นแบบที่เฮ่อฮูหยินที่คุ้นเคยอีกครั้ง แต่นางไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่า บุตรชายของนางกลายเป็นหมอต าแยได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันจางซานยืนรออยู่นอกประตูตลอด เขาสามารถได้ยินบทสนทนาภายในห้องได้ เพื่อไม่ให้ฮูหยินเกิดอาการตื่นตระหนก เขาจึงกล่าวเสียงดังว่า “ฮูหยิน คุณชายใหญ่เป็นหมอต าแยจริง ๆ”เมื่อได้ยินจางซานกล่าวเช่นนั้น เฮ่อฮูหยินจึงก้าวเดินออกมา“จางซาน เจ้าจงอธิบายให้ชัดเจน เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้อ