หญ่ตั้งครรภ์แฝดและต้องการให้หมอต าแยคนนี้มาช่วย พวกข้าก็ได้แต่ลองแขวนป้ายไว้บนต้นไม้ หวังว่าจะได้ผลเพื่อให้หมอต าแยสังเกตเห็นค าร้องขอของพวกข้า ข้ากับนายท่านจึงไปแขวนป้ายมากมายที่ต้นไม้ใหญ่ทุกวัน”“นายท่านกังวลเรื่องนี้มาก กลัวว่าหมอต าแยจะไม่เห็นค าร้องขอของพวกเรา และยังกังวลว่าเขาอาจไม่ได้มาดูป้ายในเร็ววัน ถึงแม้จะหาคนเจอ ก็อาจจะไม่ทันเวลาที่คุณหนูจะคลอด คุณชายใหญ่เห็นข้า
กับนายท่านวิ่งไปที่ประตูเมืองทุกวัน หลังจากสอบถามสาเหตุจึงรู้ว่าพวกเราต้องการหาหมอต าแยคนนั้นไปช่วยคุณหนูที่ซีเป่ย…”ตอนที่เสนาบดีเฮ่อได้ยินว่าบุตรชายของตนคือหมอต าแยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวงก็ตกตะลึงไปสุดท้ายแล้ว บุตรชายคนนี้ก็ได้รับการสั่งสอนจากเขาโดยตรงตั้งแต่เด็ก ปกติแล้วนอกจากอ่านหนังสือก็มีแต่อ่านหนังสือ แล้วเมื่อไหร่กันที่เขากลายเป็นหมอต าแยไปได้?ผู้อื่นย่อมไม่รู้ แท้จริงแล้วเฮ่อซื่อหมิงเรียนวิชาแพทย์ก็เพราะเฮ่อจือหร่านในปีที่เขาอายุแปดขวบ เขาสังเกตเห็นว่ามารดามักจะปวดท้องทุก ๆ หนึ่งเดือนตอนนั้นเฮ่อจือหร่านอายุห้าขวบ นางติดมารดาตลอดทั้งวันเมื่อเด็กหญิงตัวน้อยต้องการให้มารดาอุ้ม มารดาก็จะบอกว่าวันนี้ร่างกายนางไม่สบาย พรุ่งนี้ค่อยจะอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยที่ไม่ได้สมหวังดังใจ จึงพูดด้วยความสงสารว่า“ท่านแม่ป่วย หร่านหร่านจะต้องเรียนวิชาแพทย์มาช่วยรักษาท่านแม่”เฮ่อซื่อหมิงได้ยินประโยคนี้พอดีหลังเลิกเรียน