าง ชาดีที่ดื่มในเมืองหลวงล้วนมาจากเขตทางใต้ และที่เห็นก็เป็นเพียงชาที่ผ่านการคั่วมาแล้วทั้งสิ้นแต่นางเห็นโม่จิ่วเยี่ยแบกตะกร้าใส่ใบไม้อะไรบางอย่างที่ไม่รู้จักจึงถามด้วยความไม่เชื่อ “หร่านหร่าน จิ่วเยี่ย พวกเจ้าอย่าบอกนะว่านี่คือใบชา?”ส าหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว การที่เฮ่อฮูหยินถามเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกใบชาในต้าซุ่นมีไม่มาก ของหายากย่อมมีค่า ราคาขายของใบชาจึงสูงลิ่ว
ไม่ใช่แค่นั้น ใบชายังต้องผ่านการคั่วจากคนสวนก่อนจะถูกส่งไปขายยังที่ต่าง ๆ คนที่ดื่มชาจึงได้เห็นเพียงใบชาที่ผ่านการอบแห้งแล้วเท่านั้นยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการคั่วชาในยุคนี้ยังล้าหลัง ไม่ว่าจะเป็นใบชาชนิดใดเมื่อคั่วออกมาแล้วก็ดูเป็นสีน ้าตาลเข้มทั้งสิ้น กระทั่งหลังจากชงแล้วก็ยังมองรูปร่างดั้งเดิมของใบชาไม่ได้สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือเฮ่อจือหร่านเคยถามโม่จิ่วเยี่ยเป็นพิเศษตอนที่ให้เขาดื่มชาเถี่ยกวนอิมจนรู้ว่า ในต้าซุ่นไม่มีชารสชาติแบบนี้ด้วยเหตุนี้เฮ่อฮูหยินจึงคิดว่าพวกเขาเข้าใจผิด น าใบไม้อะไรสักอย่างมาท าเป็นชา“ท่านแม่ ท่านวางใจได้ นี่เป็นใบชาแน่นอน ข้าเคยเห็นในหนังสือเล่มหนึ่ง ชาชนิดนี้หายากมากและรสชาติก็ยอดเยี่ยมด้วย รอถึงพรุ่งนี้ข้าจะลองศึกษาวิธีคั่วดู พอท่านลองชิมดูก็จะรู้เองเจ้าค่ะ”เฮ่อฮูหยินเห็นบุตรสาวพูดด้วยความกระตือรือร้น จึงไม่อยากท าลายความตื่นเต้นของนาง ได้แต่พยักหน้ารับอย่างขอไปที่ไม่ว่าสิ่งนี้จะเป็นชาหรือไม่ก็ต